Browsing:

ป้ายกำกับ: ขนมไทย

ขนมครก ขนมหวานไทย อร่อยๆ เมนูขนมทอดหวานหอมกะทิ

ขนมครก

ขนมครก  ขนมไทย เมนูกะทิ วิธีทำขนมครก ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้

ขนมครก เป็นขนมทอดบนกระทะหลุม เคล็ดลับความอร่อยของขนมไทย ชนิดนี้ค คือ แป้งและกะทิ ที่แป้งต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสชาติที่กลมกล่อม พอดีไม่หวานเกินไป

อาหารไทย สำหรับวันนี้ นำเสนอ เมนูอาหาร แบบง่ายๆ เป็น ขนมไทย ขนมหวานจากกะทิ คือ ขนมครก เคล็ดลับความอร่อยของขนมครก ต้องมาจากวัตถุดิบคุณภาพ การผสมแป้ง และ การผสมกะทิ รวมถึงเทคนิคการทำขนม ต้องได้แป้งที่สุกกรอบบอดี และ น้ำกะทิที่อร่อย เพิ่มความอร่อยมากขึ้น ใน อาหาร ด้วย ท๊อปปิ้ง อย่างต้นหอม ข้าวโพด หรือ เผือก

สูตรขนมครก ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งขนมครก

-แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
-น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
-น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
-น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

-หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
-แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
-เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )

ขนมครก
-น้ำมันพืช
วิธีทำขนมครก

-เริ่มผสมแป้ง โดยเตรียมภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสและกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวเต็มที่
-เริ่มผสมกะทิ โดยเตรียมภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งเอาไว้ 30 นาที
-เตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายขึ้น
-เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อให้แป้งกรอบเป็นทรงขนมครก จากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
-เมื่อแป้งเซ็ตตัวได้ที่ประมาณ 50% แล้ว ให้เติมน้ำกะทิลงไปให้เต็มหลุม และปิดฝาอบต่อให้ขนมครกเต็มหลุมและเป็นชิ้น
-เมื่อกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามใจชอบ เมื่อท๊อปปิ้งสุกเต็มที่ ก็แกะขนมครก และ วางประกบกันให้สวยงาม
เคล็ดลับการทำขนมครก

-กะทิสำหรับทำขนม ให้ใช้กะทิคั้นสด ความสดของกะทิจะให้ความหอมอร่อยแบบธรรมชาติ
-แป้งข้าวเจ้า จะช่วยให้ขนมสามารถจับตัวเป็นชิ้นได้ แต่ต้องใส่แป้งไม่มากเกินไปจึงจะให้ความนุ่มของขนม
-ไฟที่ใช้ในการทอดขนมครก ให้เลือกใช้ไฟอ่อนๆ และ ต้องได้ความร้อนที่ทั่วและเท่ากันทั้งกระทะหลุม
-ท๊อปปิ้ง สามารถเลือกใช้ตามใจชอบ เพื่อให้เครื่องสุกอรอ่ย สามารถทำให้ท๊อปปิ้งสุกก่อนก็สามารถทำได้
-ในการผสมแป้งและกะทิ ต้องกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อให้ขนมสะอาดไม่มีเศษสกปรกติดมาด้วย
-การผสมแป้ง สามารถใส่สีผสมอาหารแบธรรมชาติ เช่น น้ำใบเตย หรือ น้ำอัญชัน เพื่อเพิ่มสีสันให้ขนมครกได้
-น้ำปูนใส เป็นส่วนผสมที่ทำให้แป้งกรอบเวลานำไปทอด หากไม่ใส่น้ำปูนใสแป้งจะนุ่มไม่อร่อย ต้องให้กรอบนอกนุ่มใน หวานกะทิ จึงได้ขนมที่อร่อย
-น้ำตาลที่ใช้ในการผสมขนม ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ เหมาะสำหรับทำขนมไทยที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com


ทับทิมกรอบรากบัว ของหวาน เมนูคลายร้อน สูตรทับทิมกรอบ เมนูคลายร้อน หอมหวานน้ำกะทิ

ทับทิมกรอบรากบัว

ทับทิมกรอบรากบัว วิธีทำทับทิมกรอบรากบัว ขนมหวาน ที่ทำจากรากบัว ทานคู่กับน้ำเชื่อม และ กะทิ รากบัวทำอะไรกินได้บ้าง

ทับทิมกรอบรากบัว การทำทับทิมกรอบ ขนมไทย เมนูคลายร้อน หอมหวานน้ำกะทิทับทิมกรอบ ขนมไทย เมนูคลายร้อน

สูตรขนมหวาน เมนูแนะสำสำหรับวันนี้ คือ ทับทิมกรอบรากบัว ทับทิมกรอบ รากบัวทับทิมกรอบ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ รากบัวต้มให้กรอบอร่อย ทับทิมกรอบ แป้งเหนียวนุ่ม ไส้กรอบอร่อย และ น้ำกะทิ หอมน้ำลอยดอกมะลิ และ หวานมัน ได้รสชาติของกะทิสดๆ ขนมไทย ของหวาน ยอดนนิยม วิธีทำทีละขั้นตอนการทำขนม เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับผู้ที่นิยม การทำของหวาน การทำทับทิมกรอบ สูตรโบราณ ทับทิมกรอบรากบัว ขนมหวาน เมนูคลายร้อน เมนูกะทิ หวานหอมมัน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักาการทำอาหาร เมนูขนมหวาน

ส่วยผสมสำหรับทำทับทิมกรอบรากบัว

-แป้งมัน 2 ถ้วย
-น้ำหวานสีแดง 2 ช้อนโต้ะ
-รากบัว 1 หัว ( อายุประมาณ 1 ปี )
-น้ำตาล 3 ถ้วย
-น้ำเปล่า 3 ถ้วย
-เกลือ 1 ช้อนชา
-หัวกิทะ 1 ถ้วย ( ใส่เกลือ 1 ช้อนชา )
-เนื้อขนุนฉีก 1 ถ้วย
-น้ำแข็งบด

ทับทิมกรอบรากบัว
วิธีทำทับทิมกรอบรากบัว

-เตรียมกะทิ ด้วยการนำ กะทิ มาต้มกับเกลือ ประมาณ 1 ช้อนชา ต้มอย่าให้แตกมัน จากนั้นนำมาพักให้เย็น
-เตรียม น้ำเชื่อม นำน้ำเชื่อมในอัตราส่วนน้ำตาล 3 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน ต้มให้–น้ำตาลละลายเข้ากัน เติมเกลือ ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม จากนั้นพักให้เย็น นำไปแช่นน้ำเย็นให้เย็น
-เตรียม ทับทิมกรอบ โดย นำ รากบัว มาปลอกเปลือกให้หมด ล้างให้สะอาด -นำมาหั่นเป็นลูกเต๋า จากนั้นนำ รากบัว มาต้ม ประมาณ 15 นาที จากนั้นนำขึ้นมาพัก ใช้น้ำหวานสีแดงมาราดคลุกเคล้ากับ รากบัว ให้แห้ง จากนั้นนำ ผงแป้งมันมาเทใส่ และคลุกเคล้าให้แป้งมันเกาะตัว ทับทิมกรอบ ให้หนาพอสมควร
-ต้มน้ำให้เดือด จากนั้น ทับทิมกรอบ ลงไปต้ม สังเกตุให้แป้งสุกใส
-นำน้ำเชื่อมที่แช่เย็นไว้แล้ว ออกมา เท ทับทิมกรอบ ที่ต้มสุกลงไปในน้ำเชื่อมเย็นๆเลย เนื้อแป้งจะหดและสวยงาม
-เสริฟ ทับทิมกรอบ ใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยขนุน ราดกะทิ และน้ำแข็ง เสร็จแล้ว ทับทิมกรอบกับรากบัว พร้อมรับประทาน ทับทิมกรอบใส่รากบัว ทับทิมกรอบ
รากบัว สมุนไพร สารพัดประโยชน์ รากบัว หรือ เหง้าบัว ภาษาจีนเรียกว่า กวงพั้ง รากบัวที่ดีต้องมีสีขาว อวบ และ ใหญ่ รากบัวกินได้ทั้งดิบและสุก นำมาประกอบอาหาร และ เป็นยา รากบัว หรือ เหง้าของบัวหลวง มีลักษณะเป็นท่อนยาว แบ่งเป็นปล้อง ๆ เมื่อหั่นตามขวางจะเห็นรูกลวงเรียงตัวเป็นรัศมี เนื้อรากบัวฉ่ำกรอบ สีขาวอมเหลืองหรือสีเหลืองงาช้าง

สูตรขนมไทย เมนูของหวาน จากกะทิ เมนูรากบัวทับทิมกรอบ เป็น การผสมผสานระหว่าง ทับทิมกรอบกับรากบัว ราดน้ำเชื่อม และ กะทิ หอมๆ กินคู่กับน้ำแข็งเย็นๆ ทำให้ เมนูขนมไทย นี้ เป็น ขนมไทย …


มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมไทย ขนมไทย เมนูมันเชื่อม ขนมไทยโบราณ

มันสำปะหลังเชื่อม

มันสำปะหลังเชื่อม วิธีทำมันเชื่อม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย

มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม สูตรมันเชื่อม ความอร่อยของมันเชื่อม

ขนมไทย เมนูยอดนิยม มีหลายประเภท ซึ่ง ขนมไทย เมนูเชื่อม เป็น การนำเอา น้ำตาลมาต้มให้ละลาย และนำมาต้มกับส่วนผสมต่างๆ ให้น้ำตาลซึมเข้าวัตถุดิบ เกิดความหวานถึงเนื้อในของวัตถุดิบ ขนมมันเชื่อม หรือ มันเชื่อมเป็น หนึ่งใน ขนมไทยยอดนิยม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย ทำอย่างไร ขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม ทำมันเชื่อมอย่างไรถึงอร่อย ความอร่อยของมันเชื่อม สูตรขนมไทย เมนูเชื่อม ขนมมันเชื่อม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย i99bet เหมาะสำหรับคนชอบ ทำขนมหวาน เมนูอาหารสำหรับวันนี้ เอาเป็น ของหวาน ก็แล้วกัน

ส่วนผสมสำหรับทำมันสำปะหลังเชื่อม

-มันสำปะหลัง 2 หัว ปลอกเปลือก และ หั่นเป็นชิ้นพอคำ
-น้ำตาล 1 กิโลกรัม
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-เกลือ 2 ช้อนชา
-แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต้ะ ( นำมาละลายน้ำ )
-หัวกะทิ 1 ถ้วย

มันสำปะหลังเชื่อม
วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

-เตรียมหัวกะทิ โดย นำ หัวกะทิ มาต้มกับ แป้งข้าวโพด และ เกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้ หัวกะทิ ออกจะเหนียว จากนั้นนำมาพักไว้ก่อนรอทานกับมันเชื่อม
-นำ มันสำปะหรัง ไปนึ่งให้สุกก่อน จากนั้นนำออกมาพัก
-เคี่ยวน้ำตาล และ น้ำเปล่า เติมเกลือลงไป 1 ช้อนชา จากนั้นนำ หัวมัน ลงไปต้มกับ น้ำเชื่อม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ สังเกตุจนน้ำเขื่อมเริ่มงวดและน้ำเชื่อมซึมเข้าไป เนื้อมัน จนทั่ว ก็เป็นอันเสร็จ
-เสริฟ มันเชื่อม พร้อมด้วย หัวกะทิ
เคล็ดลับการทำมันเชื่อม

-มันสัมปะหรัง การเลือกมันสัมปะหรัง ที่เหมาะสำหรับทำ ขนมมันเชื่อม ต้องเลือก มันสัมปะหรังขนาดพอดี ไม่เล็ก หรือ ใหญ่เกินไป เนื่องจาก หากเล็กเกินไป มันจะเละง่าย หากใหญ่เกินไป น้ำเชื่อมจะไม่ทั่วเนื้อมันสัมปะหรัง
-น้ำตาล สำหรับทำมันสัมปะหรังเชื่อม นั้นใช้ น้ำตาลทราย ซึ่ง น้ำตาลทราย เหมาะสำหรับนำมาทำ ขนมหวาน เมนูเชื่อม
-น้ำเชื่อม นั้นต้องผสมเกลือด้วย เนื่องจากเกลือจะช่วยให้น้ำเชื่อมมีความกลมกล่อมมากขึ้น
-กะทิ ให้ผสมแป้งมันด้วย เนื่องจากกะทิจะมีความค้นๆ ทำให้เพิ่ม ความอร่อยของกะทิ การเคี้ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวให้ แป้งมันละลาย หรือ สามารถใช้การนำแป้งมันแช่น้ำ ให้แป้งอิ่มน้ำก่อนนำมาต้มกับ กะทิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


บัวลอยมันส้ม ขนมไทย เมนูกะทิอร่อยๆเหนียวนุ่มกลมกล่อม

บัวลอยมันส้ม

บัวลอยมันส้ม บัวลอย ขนมไทยที่ทำง่าย สามารถทำกินเองที่บ้านได้

บัวลอยมันส้ม วิธีทำบัวลอยมันส้ม เป็นเม็ดบัวลอยที่มีส่วนผสมของมันเทศและแครอท ให้สีสันที่สดใส ขนมหวานแบบง่ายๆ น้ำกะทิสูตรยอดเยี่ยม น้ำกะทิใบเตยหอมอร่อย เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอย อยู่ที่แป้งบัวลอยและน้ำกะทิ ที่ไม่หวาน ไม่เค็ม ต้องมีความพอดี

อาหารไทย ยอดนิยมสำหรับวันนี้ขอนำเสนอ เมนูขนมไทย แบบง่ายๆ i99bet เป็น ขนมกะทิ คือ บัวลอยมันส้ม เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอยมันส้ม อยู่ที่ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร การปรุงรสชาติ สูตรบัวลอยมันส้ม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำบัวลอยมันส้ม

-แป้งมัน 1 กิโลกรัม
-แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
-มันเทศสีส้ม 1 ลูก
-แครอท 1 ลูก
-น้ำอุ่น 1/2 ถ้วยตวง
-ใบเตย 3-4 ใบ
-เกลือ 1 ช้อนชา
-หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
-หางกะทิ 1 กิโลกรัม
-น้ำตาลปี๊บ 1/2 กิโลกรัม
-เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด 1 ถ้วยตวง
-เผือกหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง

บัวลอยมันส้ม
วิธีทำบัวลอยมันส้ม

-เริ่มจากการนำเผือก มันเทศ และ แครอท มานึ่งให้สุกก่อน โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 30 นาที จะได้เผือกที่สุกพอดี และไม่เละ จากนั้นให้นำเผือกมาพักเอาไว้ก่อน
-ส่วน มันเทศ และ แครอท ให้นำมาบดให้ละเอียด และพักเอาไว้ก่อน
-เริ่มทำแป้งบัวลอย โดย ผสม แป้งมันและแป้งข้าวเหนียวให้เข้ากัน ใส่น้ำอุ่นลงไป นวดให้แป้งเหนียมและจับตัวกัน
-ใส่มันเทศและแครอทบดลงไปผสมกับแป้งบัวลอย นวดให้แป้งเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาปั้นเป็นเม็ดบัวลอย ให้มีขนาดพอดีและเท่ากัน ไม่หนาหรือบางเกินไป
-เตรียมน้ำกะทิ โดยให้ต้มหัวกะทิ และ หางกะทิ ด้วยไปอ่อนๆใส่ใบเตยลงไปด้วย เมื่อกะทิแตกมัน ให้ช้อนเอาส่วนที่แตกมันเก็บใส่ชามเอาไว้ จากนั้น เติมน้ำตาลปี๊บลงไปในหม้อต้มกะทิ เมื่อน้ำตาลละลายก็ปิดไฟได้
-เริ่มต้มเม็ดบัวลอยโดย ต้มน้ำใส่ใบเตย และ น้ำเชื่อม รอให้น้ำเดือดจัด จึงนำเม็ดบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดบัวลอย ลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกพร้อมทานแล้ว นำมาพักใส่น้ำเชื่อมเอาไว้
-เสริฟบัวลอย โดย ใส่เม็ดบัวลอยลงไปในน้ำกะทิ พร้อมกับเครื่องบัวลอย เช่น เผือกนึ่ง และ เนื้อมะพร้าวอ่อน เท่านี้ก็พร้อมสำหรับรับประทานได้
เคล็ดลับการทำบัวลอยมันส้ม

-การเลือกใช้กะทิ ต้องเลือกใช้กะทิที่คั้นสดๆจากเนื้อมะพร้าวขูด การคั้นเอาหัวกะทิ ไม่ต้องผสมน้ำเลย จะได้กะทิที่มีความมันและหอม ส่วนหางกะทิ เป็น เนื้อมะพร้าวที่ผสมน้ำลงไปและคั้นจากมะพร้าวขูดรอบสอง
-เทคนิคการต้มเม็ดบัวลอยให้เหนียวนุ่ม ต้องต้มน้ำเชื่อม จะได้เนื้อบัวลอยที่มีความหวานแทรก และ เนื้อเด้ง เหนียว
-การเตรียมเผือกนึ่ง ต้องไม่หั่นให้เล็กเกินไป เนื่องจาก เวลานึ่งอาจทำให้เผือกเละไม่น่ารับประทาน โดยให้แยกเสริฟ อย่านำไปใส่ในน้ำกะทิ เพราะมันจะเละไม่น่ารับประทาน
-น้ำตาล สำหรับขนมหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลป๊ีบ โดยเทคนิคการทำ ให้ค่อยๆ ใส่น้ำตาล จนได้ความหวานที่พอดี หากใส่มากเกินไป และใส่ทีเดียวเลย หากหวานเกินไปจะแก้ไขยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


ทองหยิบ ขนมไทย ขนมหวานโบราณ เมนูไข่ พร้อมวิธีทำ

ทองหยิบ

ทองหยิบ ขนมหวาน เมนูขนมเชื่อม วิธีทำขนมทองหยิบ ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้

ทองหยิบ ขนมไทย ตระกลูทอง ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากโปรตุเกตุ สูตรขนมทองหยิบ พร้อมด้วยเคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก อาหารหวาน เมนูไข่ อร่อยๆ

สูตรอาหาร เมนูอาหาร แนะนำสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ สูตรขนมไทย หนึ่งใน 9 ขนมหวาน ตระกูลทอง คือ ขนมทองหยิบ เป็นขนมหวานที่ต้องมีในขันหมาก เคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร การผสมแป้งและไข่

สูตรขนมทองหยิบ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมหวาน เมนูไข่

ส่วนผสมสำหรับทำขนมทองหยิบ

-ไข่เป็ด 10 ฟอง โดยแยกเอาเฉพาะไข่แดง
-น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
-น้ำลายดอกไม้ 2 ถ้วย

ทองหยิบ
วิธีทำขนมทองหยิบ

-การทำน้ำลอยดอกมะลิ น้ำลอยดอกมะลิจะเริ่มจากการเตรียมน้ำสะอาด จากนั้นนำดอกมะลิ หอมๆ ที่เป็นดอกไม้เด็ดแบบสดๆ นำลงไปลอยในน้ำสะอาด และ ทิ้งให้นำสะอาดหอมกลิ่นดอกมะลิ ก่อน ใช้เวลาในการเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ คือ 1 คืน
-เมื่อเราได้น้ำลอยดอกไม้ และ นำน้ำลอยดอกมะลิ ไปต้มให้เดือด ใส่น้ำตาลลงไป เคี้ยวให้น้ำตาลค้น เหนียว สามารถใส่ใบเตยลงไปได้ ในระหว่างที่เคี้ยวน้ำเชื่อม ให้ไปเตรียมไข่
-เริ่มทำขนมทองหยิบ โดย นำไข่เป็ดที่เตรียมไว้ นำมาตีให้แตกฟอง ขึ้นฟู หากมีเครื่องช่วยตีไข่ จะช่วยในการผ่อนแรงได้มาก ตีไข่แดงจนไข่แดงขึ้นฟู จากนั้นพักไว้ก่อน
-เมื่อน้ำเชื่อมได้ที่แล้ว ให้นำกระบวยตักไข่ให้เป็นลักษณะแผ่น ใส่ไข่ลงไป และนำไปต้มให้เป็นแผ่น เมื่อไข่สุกไข่จะเกาะตัวและ เป็นแผ่น ลอยหลุดจากกระบวย เราก็ทำการเชื่อมมันให้เข้าเนื้อ เมื่อไข่สุดได้ที่
-ให้นำแผ่นไข่ ลงไปจีบใส่ถ้วยพิมพ์ ที่เตรียมเอาไว้ พักให้เย็นก็สามารถรับประทานได้
เคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ

-น้ำลอยดอกมะลิ ต้องใช้น้ำสะอาด ดอกมะลิต้องเด็ดตอนกลางคืน จะได้น้ำกลิ่นหอมดอกมะลิ เพิ่มเสนห์ให้กัขนม ที่มีทั้งความหวาน และ หอม
-สำหรับช่วงเวลาที่ดอกมะลิขาดแคลน ก็ใช้ใบเตยแทน ความหอมของใบเตยสามารถทดแทนกลิ่นหอมของดอกมะลิได้
ทองหยิบ ขนมไทย จัดเป็นขนมโบราณ ที่มีประวัติว่า มีการทำครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายมหาราช ซึ่งเป็นขนมไทย ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศโปรตุเกส เนื่องจากมีขนมโปรตุเกต ชื่อ trouxas das Caldas ซึ่งออกเสียง ว่า โตรชัชดัชกัลดัช มีลักษณะคล้ายกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…