Browsing:

หมวดหมู่: อาหารสุดง่าย

เมี่ยงปลาช่อนเผา เมนูเด็ด ถูกปากทุกคน ทุกภาค

เมี่ยงปลาช่อนเผา

เมี่ยงปลาช่อนเผา เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงไม่มากและมี ขั้นตอนการทำก็ไม่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขอให้เลือกปลาช่อนที่สดใหม่ เมนูนี้ก็อร่อยเด็ดถูกปากกับทุกคนแล้วจ้ะ วันนี้เราเอาสูตรพร้อมน้ำจิ้มเด็ดๆมาฝาก มาดูกันเลย

เมี่ยงปลาช่อนเผา

ส่วนผสม

  • ปลาช่อน ขนาด 1 กก.
  • ตะไคร้ 3 หัว
  • เกลือ
  • แป้งสาลี
  • ผักกาดขาว
  • ผักชีฝรั่ง
  • ผักกาดหอม
  • เส้นขนมจีน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

  • พริกขี้หนูสวนสีแดง 100 กรัม
  • กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม
  • รากผักชี 3 ราก
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม

  • โขลกพริกขี้หนูสวนรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำกระเทียมดองและน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้รสที่กลมกล่อมตามชอบ

วิธีทำ

  • ล้วงไส้ปลาออก ล้างปลาให้สะอาด ใช้เกลือทาให้ทั่วผิวปลาแล้วก็ล้างน้ำออกเพื่อกำจัดมูกแล้วก็กลิ่นคาว
  • บุบหัวตะไคร้แค่พอแตก แทงตะไคร้ผ่านปากปลาจนกระทั่งสุด
  • ผสมเกลือกับแป้งสาลีนิดหน่อย เอามาทาให้ทั่วตัวปลา
  • ตั้งเตาถ่านไฟกลาง ค่อยๆปิ้งให้ทั่วด้าน ราวๆ 50 นาที หรือจนกระทั่งเนื้อปลาสุกสังเกตจากแป้งเกลือที่อยู่รอบตัวปลาเริ่มไหม้
  • ยกปลาออกมาจากเตา ทานคู่กับผักเคียง เส้นขนมจีน รวมทั้งน้ำจิ้มแจ่ว

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูแนะนำสำหรับตนที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูอาหารเชิญชวนหิวที่แนนจะเชิญชวนเพื่อนพ้องๆมาลงมือกระทำวันนี้มีชื่อว่าฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ค่ะ รสเผ็ด หวาน หอม มันครบรสเลยคะ คนไหนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถทำทานได้ด้วย

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ไข่ไก่ 3 ชิ้น
  • พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 0.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • หั่นเต้าหู้ไข่ไก่ ชิ้นเท่าๆกัน หลังจากนั้นนําไปย่างในกระทะให้ ขึ้นสี นําใส่จานแล้วพักไว้
  • ผัดพริกแกงแดงให้สุก เพิ่มเติมนมข้นจืดลงไป แต่งรสด้วยน้ําปลา น้ําตาล ปี๊บ คนจะกว่าจะเข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา ใบมะกรูดซอย และก็พริกชี้ฟ้าแดง
  • นําแกงฉู่ฉี่ราดบนเต้าหู้ไข่ในจาน โรยตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยแล้วก็ พริกชี้ฟ้าแดงให้เกิดความสวยงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

“กุ้งอบเกลือ” เมนูคนชอบการกินกุ้ง ต้องจานนี้

แซ่บๆ

ใครที่ชื่นชอบการกินกุ้งอยู่แล้ว จะต้องไม่พลาดเมนู “กุ้งอบเกลือ” เลยนะค่ะ กุ้งอบเกลือนับว่าเป็น เมนูง่ายๆ ที่ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมากมาย ขอเพียงแค่คุณมีกุ้งสดๆ บวกกับน้ำจิ้ม แซ่บๆ รับรองว่า มื้อนี้ไม่ผิดหวัง แน่นอน

“กุ้งอบเกลือ”  แซ่บๆ เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจี๊ด

ส่วนผสม

-กุ้งขาว 500 กรัม

-เกลือเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนู 10 เม็ด

-กระเทียม 5 กลีบ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

-รากผักชี 1 ราก

-น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำกุ้งขาวมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งไว้สักพัก

-ตั้งกระทะก้นแบน นำกุ้งมาวางเรียงในกระทะ จากนั้นโรยเกลือเม็ดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป

-นำฝามาปิดกระทะ เปิดไฟแรง พอกุ้งเริ่มสุกแล้วให้เขย่า ๆ กระทะ หรือเปิดฝาคนกุ้งให้ทั่ว

-เสร็จแล้วนำกุ้งจัดเรียงใส่จานได้เลยค่ะ ส่วนน้ำกุ้งที่อยู่ในกระทะให้นำมาตักราดกุ้งเพื่อเพิ่มความหอมอร่อย

-ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดโดย ตำพริก กระเทียม รากผักชี ให้พอหยาบ แล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่น ชิมให้ได้รสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อม กุ้งอบเกลือได้เลย

เคล็ดลับของเมนู

***กุ้งที่นำมาใช้ควรเป็นกุ้งขาวสด ๆ ที่ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้หอมอร่อยกำลังดี

***เวลาอบกุ้งควรใช้ไฟแรงเนื่องจาก การเปิดไฟแรงจะทำให้เปลือกกุ้งมีกลิ่นไหม้นิด ๆ ช่วยทำให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภายในเวลาไม่กี่นาทีคุณแม่บ้านก็สามารถเสกเมนูจานอร่อยอย่าง “กุ้งอบเกลือ” ได้แล้ว…


แซ่บ จี๊ด จ๊าด “ยำแมงกะพรุน” อร่อยดัง กรุบ ๆ

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน” อาหารเรียกน้ำย่อย แซ่บจี๊ดจ๊าด ชวนเคี้ยวกรุบ ๆ รสชาติจัดจ้าน ที่อยากให้ลองทำตามกันดู ใครที่ชื่นชอบแมงกะพรุนกันอยู่แล้ว บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เรามาดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน”

ส่วนผสม

-แมงกะพรุน 400 กรัม

-หมูสับ 100 กรัม

-วุ้นเส้น 1 กำมือ

-มะเขือเทศ 2 – 3 ลูก

-พริกแดง 6 – 7 เม็ด

-หอมแดง 1 – 2 ลูก

-มะนาว 2 ลูก

-น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ก่อนอื่นเลย เราจะนำแมงกะพรุนมาล้างให้หมดความเค็ม ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมค่อนข้างนาน อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะ ทีนี้พอเราล้างแมงกะพรุนเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดี ๆ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดให้พอสะดุ้ง หากลวกนานแมงกะพรุนอาจจะเหนียวได้

-จากนั้นหั่นมะเขือเทศ ตำพริกแดงให้พอหยาบ และซอยหอมแดงเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้ แล้วนำหมูสับกับวุ้นเส้นไปลวกในน้ำเดือดให้สุก แล้วตักขึ้นมาพักไว้

-หลังจากนั้นเตรียมชามผสม แล้วใส่หมูสับ วุ้นเส้น มะเขือเทศ หอมแดง พริก และผักชีลงไป

-ปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว จากนั้นคลุกส่วนผสมและเครื่องปรุงให้เข้ากัน

-ใส่แมงกะพรุนปิดท้าย แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นตักใส่จานให้เรียบร้อย โรยหน้าด้วยผักชีด้านบน เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับการทำแมงกะพรุนให้หมดเค็ม
ใครที่ลองทำเมนูแมงกะพรุนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมงกะพรุนที่เราซื้อมา จะมีรสชาติเค็มปี๋แบบสุด ๆ ซึ่งเมื่อบางคนไม่รู้ จึงล้างน้ำแค่เพียง 2 – 3 รอบ ก่อนนำไปทำอาหาร พอเอาไปปรุงอาหารจริง ๆ กลับกลายเป็นกินไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีที่จะช่วยล้างให้แมงกะพรุนหมดเค็มอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยตาม 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1
นำแมงกะพรุนไปแช่ในน้ำราว ๆ 5 – 6 ชั่วโมง โดยในระหว่างนั้นให้เปลี่ยนน้ำสัก 2 – 3 น้ำ

วิธีที่ 2
วิธีนี้เราจะใช้ “หมาก” ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เค้าเอาไว้เคี้ยวกับปูนนั่นแหละมาช่วยลดความเค็ม โดยเราจะนำลูกหมากมาผ่าซีก หรือใช้น้ำคั้นจากเนื้อหมากก็ได้ ใส่ลงไปผสมกับน้ำที่แช่แมงกะพรุน แล้วทิ้งเอาไว้สัก 1 – 2 ชั่วโมง รับรองว่าแมงกะพรุนหายเค็มแน่นอน!

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูยำแมงกะพรุนสุดแซ่บ เมนูกินเล่นที่รับรองว่าหลายคนต้องติดใจแน่นอน ถ้าใครชื่นชอบ อย่าลืมนำไปทำตามกันดูนะ ส่วนใครที่เริ่มเปรี้ยวปากกันแล้ว…


“อกไก่ลุยสวน” เมนูสายคลีน สูตรนี้แซ่บไปพร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

เมนูคลีนแบบแซ่บ

เมนูคลีน ๆ เราอาจจะนึกถึงแต่เมนูจืดชืด ที่ทำให้อรรถรสในการกินลดลงไปเป็นกอง แต่จริง ๆ แล้ว เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ ก็มีอยู่เยอะไป หนึ่งในนั้นก็คือเมนู “อกไก่ลุยสวน” ที่ได้รสชาติจากผักสด ๆ แสนโปรดปรานกับเนื้ออกไก่ที่นำไปผัดให้ได้รสชาติ พร้อมกับน้ำจิ้มสุดแซ่บ

เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ พร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

สูตรนี้แอบฉกมาจากพี่สาวคนสนิท ที่นางแอบกระซิบมาว่าเมนูนี้ทำเองได้ง่าย ๆ ใครจะกินคลีนไม่คลีน ก็สามารถอร่อยได้เหมือนกัน ว่าแล้วเรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม

-เส้นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1/2 กิโลกรัม

-เนื้ออกไก่ 100 กรัม

-เห็ดหอมสด 50 กรัม

-แครอทขนาดกลาง 2 หัว

-ผักกาดหอม 2 หัว

-ใบโหระพา 5 – 6 ต้น

-น้ำมันหอยแบบโซเดียมต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาวแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

-น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนชา

-พริกไทยดำเล็กน้อย

-เกลือป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำจิ้มลุยสวน

-น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย

-ใบสะระแหน่ 1 1/2 ถ้วย

-ใบโหระพา 1 ถ้วย

-รากผักชีสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนูสวนสีเขียว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลาแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำผักต่าง ๆ ไปล้างให้สะอาดแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกแครอทให้เรียบร้อย จากนั้นนำเห็ด และแครอท มาหั่นเป็นชิ้นเต๋าขนาดเล็ก แล้วพักไว้

-ล้างอกไก่ให้เรียบร้อย เลาะเอาหนังออก จากนั้นก็หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้สำหรับผัดไส้

-ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำเนื้อไก่ลงไปผัดให้เริ่มสุก จากนั้นใส่แครอทและเห็ดหอม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำผึ้ง จากนั้นผัดส่วนผสมให้เข้ากันจนน้ำแห้ง ก็ตักขึ้นพักไว้ในถ้วยได้เลย

-มาถึงกระบวนการห่อไส้กันเลยดีกว่า ก่อนอื่นแผ่เส้นก๋วยเตี๋ยวบนเขียงรอง แล้ววางผักกาดหอมกับใบโหระพาลงไป ถ้าผักกาดหอมแผ่นใหญ่มาก ให้ฉีกครึ่งใบสำหรับลุยสวนหนึ่งชิ้นแทน ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนกินข้าว แล้วห่อด้วยการม้วนหรือพับเป็นเหลี่ยมก็ได้ตามถนัด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วจัดวางใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวน

วิธีทำน้ำจิ้ม “อกไก่ลุยสวน”

-ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง และน้ำปลา จากนั้นเคี่ยวส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน แล้วปิดเตา

-เมื่อส่วนผสมของน้ำส้มสายชูเย็นแล้ว เราก็นำไปปั่นรวมกับ ใบสะระแหน่ ใบโหระพา รากผักชีสับ กระเทียมสับ พริกขี้หนู น้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากันอย่างละเอียด แล้วตักใส่ถ้วยได้เลย

เสร็จแล้วกับเมนูคลีน ๆ แสนแซ่บอย่าง “อกไก่ลุยสวน” ที่ให้คุณอร่อยกับเมนูสุขภาพได้อย่างมีรสชาติ งานนี้สายสุขภาพจะอยู่เฉยได้ไง…


เมนูอร่อยระดับภัตตาคาร “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง”

พาสต้าแบบอิตาเลียน

อร่อยระดับภัตตาคารที่ใครๆ ก็ทำทานเองได้ กับ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” ด้วยการผสมผสานอาหาร 2 สไตล์ ระหว่าง พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เสริมทัพด้วยวัตถุดิบชั้นดีอย่างเนื้อน่องลาย บอกเลยว่าน่าทาน ชวนให้น้ำลายไหลสุดๆ ด้วยรสชาติและความหอมแบบถึงเครื่องของพริกแกงมัสมั่น รับรองอร่อยถูกปากสไตล์คนไทย วิธีทำง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถทำทานกับคนพิเศษได้เองที่บ้าน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วตามไปดูวิธีทำพร้อมๆ กันเลย

พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ

ส่วนผสมเส้น

-เส้นพาสต้า เกลือ1/2ช้อนชา

ส่วนผสมซอสคลุก

-นมสด1ถ้วย

-พริกแกงมัสมั่น2ช้อนโต๊ะ

-หอมหัวใหญ่สับ1หัว

-น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ

-เกลือนิดหน่อย

-น้ำมะขามเปียก1ช้อนโต๊ะ

-เนื้อน่องลายชิ้นบาง

-ถั่วลันเตา1/2ถ้วย

-พาร์สลีย์

วิธีทำส่วนเส้น

-ตั้งกระทะต้มน้ำ โดยใส่เกลือลงไปเล็กน้อย

-พอน้ำเริ่มร้อนนำเส้นลงไปต้มใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที​

-พอเส้นสุก ตักเส้นมาใส่น้ำเย็นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำมาใส่ตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำ​

-ให้นำเส้นไปคลุกกับเนย แล้วพักไว้​

วิธีทำซอสคลุก

-ใส่นมสดลงกระทะเล็กน้อย แล้วตามด้วยพริกแกงมัสมั่น ผัดจนพริกแกงแตกมัน​

-ใส่หอมหัวใหญ่สับ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน​

-นำนมสดที่เหลือมาใส่ รอจนพริกแกงเริ่มเดือดใส่เนื้อน่องลาย​

-ใส่ถั่วลันเตา ผัดพอสุกแล้วรีบปิดไฟ (เพื่อไม่ให้เนื้อสุกเกินไปจนเหนียว)​

-นำเส้นพาสต้าที่พักไว้มาผัดกับซอสให้เข้ากัน

-คลุกเคล้าให้เข้ากัน​

-นำทั้งหมดจัดลงจาน ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์ เพียงเท่านี้ก็ได้ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟ อาจจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบดก็ได้

พริกแกงมัสมั่นถือเป็นตัวชูโรงของเมนูฟิวชั่นในครั้งนี้ ด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่หอมติดจมูก รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดมากเกินไป ทำให้มัสมั่นเป็นที่ชื่นชอบหรือเมนูโปรดของใครหลายคน รู้หรือไม่ว่าพริกแกงมัสมั่นนั้นนอกจากจะอร่อยถูกปากแล้ว เครื่องเทศในพริกแกงนี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการคลื่นไส้, หัวหอมแขก ช่วยแก้หวัดและคัดจมูก, น้ำมะขามเปียกเป็นยาระบายอ่อนๆ, ยี่หร่า ช่วยขับลมและขับเสมหะ, กานพลู แก้ปวดท้อง จุกเสียด, พริกไทย ช่วยขับลม, ขิง แก้ท้องอืด บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ, ลูกจันทร์ บำรุงตับ ปอด และลดไขมันในเลือด, ลูกกระวาน แก้อาการอาหารไม่ย่อย สรรพคุณจากเครื่องเทศเหล่านี้ ถือเป็นอีกเสน่ห์ของอาหารไทย สำหรับใครที่อยากทำเมนูฟิวชั่นอร่อยระดับภัตตาคารอย่างนี้ทานที่บ้านกับคนพิเศษแล้วล่ะก็…


ผัดกระเฉดไก่ อาหารจานเดียว เมนูผัด เมนูไก่ อาหารง่ายๆ ไก่ทำอะไรกินได้บ้าง

ผัดกระเฉดไก่

ผัดกระเฉดไก่ เมนูผักกระเฉด เมนูไก่ ไก่ผัดผักกระเฉด อาหารไทยยอดนิยม

ผัดกระเฉดไก่ อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารจานเดียว เมนูผัด โดยมี ผักกระเฉด เป็นวัตถุดิบหลัก นำมาปรุงรส ผัดกับเนื้อไก่ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ วัตถุดิบต้องสดๆ ผักกระเฉดกรอบ เนื้อไก่นุ่ม ซอสรสชาติกลากล่อม อาหารอร่อยๆ เมนูไก่ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูไก่

ส่วนผสมสำหรับทำผัดผักกระเฉดไก่

-เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วยตวง
-ผักกระเฉด หั่นเป็นท่อนพอคำ 2 ถ้วยตวง
-กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
-พริกสดบด 1 ช้อนโต้ะ
-เต้าเจี้ยว 1 ช้อนขา
-น้ำตาล 1 ช้อนชา
-ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
-ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

ผัดกระเฉดไก่
วิธีทำผัดผักกระเฉดไก่

-ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้น นำ กระเทียม และ เนื้อไก่ ลงไปผัดให้หอม
-จากนั้นใส่ผักกระเฉดลงไปผัด ปรุงรสด้วย พริกสด เต้าเจี๊ยว ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
-เสริฟใส่จาน ทานกับข้าวหอมมะลิ ทานคู่กับ พริกน้ำปลา
เคล็ดลับการทำผัดผักกระเฉดไก่

-เนื้อไก่ เลือกเนื้อไก่สดๆ ล้างให้สะอาด หั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป
-กระเทียม สำหรับผัด ให้เลือกใช้กระเทียมไทย เนื่องจากกระเทียมไทย มีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำมาผัด
-ผักกระเฉด ให้หั่นขนาดพอดีคำ ไม่ยาว หรือ สั้นเกินไป
-การผัดผักกระเฉด นั้น เหมือนกับการผัดผักบุ้งไฟแดง ซึ่งผัดกระเฉด หากโดนความร้อนจะเหนียว เฉา และไม่กรอบ เทคนิคการผัดผักกระเฉด จะใส่สวนผสมทัั้งหมดลงไปผัดพร้อมกัน แต่สำหรับเมนูไก่ ต้องแยกผัดไก่ให้สุกก่อน ใส่ผักกระเฉดลงไปผัด
-เต้าเจี้ยว ต้องใช้เต้าเจี้ยวบดอย่างดี เท่านั้น ซึ่งเต้าเจี้ยวบดอย่างดี สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดเก่าเยาวราช เทคนิคการทำเต้าเจี้ยว ให้นำเต้าเจี้ยวผัดกับกระเทียม และ น้ำตาลปี๊บ จะได้เต้าเจี้ยวรสอร่อย พร้อมสำหรับนำมาทำอาหารผัด
-การผัดเนื้อไก่ เนื้อไก่ ต้องผัดให้สุก ไม่ต้องผัดนาน ผัดให้เนื้อไก่สุกก็พอ จึงค่อยใส่ผัดกระเฉดลงไปผัด
-พริก สำหรับเมนูผัด ให้ใช้พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูสวนจะมีรสเผ็ด เหมาะสำหรับนำไปผัด
-น้ำซุปหมูใส่เข้าไปในน้ำปรุงรส จะเพิ่มความกลมกล่อมให้กับอาหารเมนูผัด เมนูนี้
สูตรผัดกระเฉด ใช้ส่วนผสมเครื่องปรุงแบบเดียวกับผัดผักบุ้งไฟแดง แต่เปลี่ยนเป็นผักกระเฉด เทคนิค และ วิธีทำ เหมือนกัน สำหรับ วันนี้ ผัดผักกระเฉด เป็นอาหารแนะนำ อาหารง่ายๆ สำรับทำกินในครอบครัว ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือ ข้าวต้มก็ได้ สำหรับวัตถุดิบอย่างไก่ หากไม่ชอบ ก็สามารถผัดเปล่าๆได้ หรือ ใส่กุ้ง หรือ หมูสับ หรือ หมูกรอบ ก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com


บัวลอยมันส้ม ขนมไทย เมนูกะทิอร่อยๆเหนียวนุ่มกลมกล่อม

บัวลอยมันส้ม

บัวลอยมันส้ม บัวลอย ขนมไทยที่ทำง่าย สามารถทำกินเองที่บ้านได้

บัวลอยมันส้ม วิธีทำบัวลอยมันส้ม เป็นเม็ดบัวลอยที่มีส่วนผสมของมันเทศและแครอท ให้สีสันที่สดใส ขนมหวานแบบง่ายๆ น้ำกะทิสูตรยอดเยี่ยม น้ำกะทิใบเตยหอมอร่อย เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอย อยู่ที่แป้งบัวลอยและน้ำกะทิ ที่ไม่หวาน ไม่เค็ม ต้องมีความพอดี

อาหารไทย ยอดนิยมสำหรับวันนี้ขอนำเสนอ เมนูขนมไทย แบบง่ายๆ i99bet เป็น ขนมกะทิ คือ บัวลอยมันส้ม เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอยมันส้ม อยู่ที่ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร การปรุงรสชาติ สูตรบัวลอยมันส้ม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำบัวลอยมันส้ม

-แป้งมัน 1 กิโลกรัม
-แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
-มันเทศสีส้ม 1 ลูก
-แครอท 1 ลูก
-น้ำอุ่น 1/2 ถ้วยตวง
-ใบเตย 3-4 ใบ
-เกลือ 1 ช้อนชา
-หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
-หางกะทิ 1 กิโลกรัม
-น้ำตาลปี๊บ 1/2 กิโลกรัม
-เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด 1 ถ้วยตวง
-เผือกหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง

บัวลอยมันส้ม
วิธีทำบัวลอยมันส้ม

-เริ่มจากการนำเผือก มันเทศ และ แครอท มานึ่งให้สุกก่อน โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 30 นาที จะได้เผือกที่สุกพอดี และไม่เละ จากนั้นให้นำเผือกมาพักเอาไว้ก่อน
-ส่วน มันเทศ และ แครอท ให้นำมาบดให้ละเอียด และพักเอาไว้ก่อน
-เริ่มทำแป้งบัวลอย โดย ผสม แป้งมันและแป้งข้าวเหนียวให้เข้ากัน ใส่น้ำอุ่นลงไป นวดให้แป้งเหนียมและจับตัวกัน
-ใส่มันเทศและแครอทบดลงไปผสมกับแป้งบัวลอย นวดให้แป้งเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาปั้นเป็นเม็ดบัวลอย ให้มีขนาดพอดีและเท่ากัน ไม่หนาหรือบางเกินไป
-เตรียมน้ำกะทิ โดยให้ต้มหัวกะทิ และ หางกะทิ ด้วยไปอ่อนๆใส่ใบเตยลงไปด้วย เมื่อกะทิแตกมัน ให้ช้อนเอาส่วนที่แตกมันเก็บใส่ชามเอาไว้ จากนั้น เติมน้ำตาลปี๊บลงไปในหม้อต้มกะทิ เมื่อน้ำตาลละลายก็ปิดไฟได้
-เริ่มต้มเม็ดบัวลอยโดย ต้มน้ำใส่ใบเตย และ น้ำเชื่อม รอให้น้ำเดือดจัด จึงนำเม็ดบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดบัวลอย ลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกพร้อมทานแล้ว นำมาพักใส่น้ำเชื่อมเอาไว้
-เสริฟบัวลอย โดย ใส่เม็ดบัวลอยลงไปในน้ำกะทิ พร้อมกับเครื่องบัวลอย เช่น เผือกนึ่ง และ เนื้อมะพร้าวอ่อน เท่านี้ก็พร้อมสำหรับรับประทานได้
เคล็ดลับการทำบัวลอยมันส้ม

-การเลือกใช้กะทิ ต้องเลือกใช้กะทิที่คั้นสดๆจากเนื้อมะพร้าวขูด การคั้นเอาหัวกะทิ ไม่ต้องผสมน้ำเลย จะได้กะทิที่มีความมันและหอม ส่วนหางกะทิ เป็น เนื้อมะพร้าวที่ผสมน้ำลงไปและคั้นจากมะพร้าวขูดรอบสอง
-เทคนิคการต้มเม็ดบัวลอยให้เหนียวนุ่ม ต้องต้มน้ำเชื่อม จะได้เนื้อบัวลอยที่มีความหวานแทรก และ เนื้อเด้ง เหนียว
-การเตรียมเผือกนึ่ง ต้องไม่หั่นให้เล็กเกินไป เนื่องจาก เวลานึ่งอาจทำให้เผือกเละไม่น่ารับประทาน โดยให้แยกเสริฟ อย่านำไปใส่ในน้ำกะทิ เพราะมันจะเละไม่น่ารับประทาน
-น้ำตาล สำหรับขนมหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลป๊ีบ โดยเทคนิคการทำ ให้ค่อยๆ ใส่น้ำตาล จนได้ความหวานที่พอดี หากใส่มากเกินไป และใส่ทีเดียวเลย หากหวานเกินไปจะแก้ไขยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


ข้าวผัดแกงเขียวหวาน อาหารไทย เมนูแกงเขียวหวานผัดกับข้าว

ข้าวผัดแกงเขียวหวาน

ข้าวผัดแกงเขียวหวาน  ภาษาอังกฤษ เรียก fried rice with green curry คือ อาหารไทย เมนูผัด

ข้าวผัดแกงเขียวหวาน วิธีทำข้าวผัดแกงเขียวหวาน ทำง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูข้าวผัด แสนอร่อย ข้าวผัดปรุงรสอะไรบ้าง เคล็ดลับความอร่อยของข้าวผัด

อาหารไทย เมนูอาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ เป็นอาหารไทยขึ้นชื่อ คือ แกงเขียวหวาน แต่ความพิเศษ อยู่ที่ นำมาทำข้าวผัด เป็น ข้าวผัดแกงเขียวหวาน การผัดข้าวกับแกงเขียวหวาน เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ ข้าวสำหรับผัดต้องเม็ดสวย การปรุงรสต้องหอมพริกแกงเขียวหวาน และ เทคนิคการผัดข้าว สูตรข้าวผัดแกงเขียวหวาน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูผัด

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวผัดแกงเขียวหวาน

ข้าวหุงสุก 1 จาน
-เนื้ออกไก่หั่นเป็นชิ้นพอคำ 10 ชิ้น
-หางกะทิ 5 ช้อนโต้ะ
-พริกแกงเขียวหวาน 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
-พริกชีฟ้าหั่นดฉียงๆ 2 เม็ด
-ใบโหระพา 1 หยิบมือ
-มะเขือพวง 10 เม็ด
-น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ
-ผักสำหรับทานคู่กับข้าวผัด เช่น แตงกวา และ ต้นหอม

ข้าวผัดแกงเขียวหวาน
วิธีทำข้าวผัดแกงเขียวหวาน

-เริ่มจาก โขรกพริกแกงเขียววหวาน โดยส่วนผสมของพริกแกงเขียวหวาน ประกอบด้วย ลูกผักชี คั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 5 เม็ด พริกขี้หนู สีเขียวเม็ดใหญ่ 15 เม็ด เกลือป่น 1 ช้อนชา ข่าแก่ หั่นละเอียด 1 ช้อนชา ตะไคร้ ซอย 1 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูด หั่นละเอียด ½ ช้อนชา รากผักชี หั่น 1 ช้อนชา กระเทียม 9 กลีบ หอมแดง ซอย 3 หัว กะปิ 1 ช้อนชา โขรกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
-ส่วนข้าวหุงสุก ให้ทิ้งให้เย็นก่อน ห้านนำข้าวร้อนๆ หุงสุกใหม่ๆ มาผัดข้าว เพราะข้าวจะเละ โดย ให้นำไปแช่ในตู้เย็นให้ข้าวเย็นก่อน
-เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะน้ำมัน ผัดกับ พริกแกงเขียวหวาน เมื่อพริกแกงเขียวหวานเริ่มหอม ให้ใส่หางกะทิลงไป
-จากนั้นใส่ เนื้อไก่ มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า และ ใบโหระพาลงไปผัด
-ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้ได้ตามที่ต้องการ ผัดสักผักหนึ่ง เมื่อน้ำเริ่มแห้งจึงใส่ข่าวสวยลงไปผัด
-ผัดไปเรื่อยๆ จนข้าวแห้ง โดยไม่ต้องขยี้ข้าวสวย เมื่อข้าวแห้งก็สามารถเสริฟพร้อมรับประทานได้ ทานคู่กับพริกน้ำปลา
เคล็ดลับการทำข้าวผัดแกงเขียวหวาน

-ข้าวสำหรับใช้ในการทำมข้าวผัด ให้ใช้ข้าวหุงสุก เป็นข้าวหอมมะลิเก่า ข้าวจะนุ่มและเม็ดสวย ไม่เละ เทคนิคสำหรับข้าวผัด คือ ต้องผัดข้าวในขณะที่ข้าวมีความชื้นต่ำ ข้าวแข็งๆ หากข้าวมีความชื้นสูง และ ร้อนๆ ข้าวเมื่อโดนความร้อนของกระทะ จะเละ
-ข้าวที่ออกจากตู้เย็น จะแข็งและจับตัวเป็นก้อน เวลาผัด ไม่ต้องขยี้ข้าว เพราะ ข้าวจะแตกตัวออกมาเองเมื่อข้าวโดนความร้อน การขยี้ข้าวทำให้ข้าวเละไม่น่ารับประทาน
-เนื้อไก่ ใช้ส่วนอกไก่ เพราะ มันไม่มาก ได้สัมผัสของเนื้อมากกว่า หากเป็นส่วนอื่นที่มันมาก แกงเขียวหวานมีความมันจากะทิอยู่แล้ว อาจจะเลี่ยนเกินไป
-สำหรับคนที่ไม่ชอบเนื้อไก่ สามารถเลือกใช้วัตถุดิบอื่นแทนได้ตามใจชอบ
-พริกแกงเขียวหวาน หากจะให้อร่อยให้โขรกเองแบบสดๆ จะให้ความหอมที่มากกว่าสำเร็จรูป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

 …


ปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว เมนูปลาทอดอร่อยๆ ราดด้วยน้ำซอสรสเด็ด

ปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว 

ปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว ภาษาอังกฤษ เรียก fried fish with soy sauce วิธีทำปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว ง่ายๆ

ปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูปลาทอด ปลาอินทรีย์ทำอะไรกินได้บ้าง เคล็ดลับการทำทอดปลากับซอสอร่อยๆ เมนูทอด สำหรับวันนี้

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ เมนูปลาอินทรีย์ เป็น เมนูปลาอินทรีย์ทอด คือ ปลาอินทรียืทอดซีอิ้ว เคล็ดลับความอร่อยของเมนุนี้ อยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการทอดปลา และ การปรุงรสซอส ให้หวานกลมกล่อม สูตรปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูปลา

ส่วนผสมสำหรับทำปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา

-ปลาอินทรีย์ หั่นทั้งตัวเป็นท่อนหนาประมาณ 1 เซ็นติเมตร 1 ชิ้น
-แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต้ะ
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
-พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
-น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง ปริมาณท่วมตัวปลา
-น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
-ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต้ะ
-ผักสำหรับทานคู่กับปลาทอด เช่น ผักกาดหอม แตงกวา และ มะเขือเทศ

ปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว 
วิธีทำปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว

-เมื่อได้ปลาอินทรียมาแล้ว ให้นำมาโรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว จากนั้นนำมาคลุกกับแป้งข้าวโพด หมักทื้งไว้ก่อนประมาณ 30 นาที
-เตรียมทอดปลา โดยตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ไฟปานกลาง นำปลาลงไปทอด ให้เหลืองกรอบ จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำมันก่อน
-เตรียมทำน้ำซอสโดย ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำตาลทรายลงไปคั่วให้สีเปลี่ยน เป็นสีน้ำตาล
-จากนั้นเติมน้ำลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ ซีอิ้วขาว และเคี้ยวต่อไปให้ส่วนผสมเหนียวเข้ากัน
-เมื่อซอสเหนีวได้ที่ ก็นำปลาอินทรีย์ทอดลงไปคลุกเคล้ากับซอสให้ทั่ว
-เสริฟใส่จาน จัดจานให้สวยงามด้วย แตงกวา มะเขือเทศ และ ผักกาดหอม
เคล็ดลับการทำปลาอินทรีย์ทอดซีอิ้ว

-ปลาอินทรีย์ ให้เลือกปลาที่สดๆ โดยหั่นปลาให้มีความหนาพอดี ไม่บางหรือ ไม่หนาเกินไป เนื่องจากเวลาทอดจะได้สัมผัสความกรอบนอก และ เนื้อปลานุ่มๆหวานๆ
-ปลาอินทรีย์ เมื่อได้มาแล้วให้ล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือคราบเลือกและเมือกของปลา เพราะ จะทำให้อาหารคาว
-น้ำมันที่ใช้ในการทอด ให้เลือกใช้น้ำมันปาล์ม เนื่องจากน้ำมันปาล์ม จะเหมาะสำหรับนำมาทำอาหารทอด ช่วยให้อาหารกรอบอร่อย
-การทอดปลา ให้ใช้น้ำมันร้อน แต่ไฟปานกลาง จะทำให้ปลาไม่อมน้ำมัน และกรอบอร่อย
-น้ำตาลทรายนำมาคั่วให้เป็นสีน้ำตาลก่อน สีของน้ำซอสจะสวย ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ แต่การคั่วน้ำตาลให้คั่วให้พอดี อย่าให้น้ำตาลไหม้ เนื่องจากน้ำตาลไหม จะให้รสขม ไม่อร่อย ต้องทิ้งไปเลย
-แป้งข้าวโพด จะช่วยให้ปลากรอบ และ แป้งจะช่วยซับนำจากตัวปลา ทำให้เวลาทอดปลาจะได้ปลาที่เนื้อนุ่มอร่อย
ปลาอินทรีทอดน้ำปลา จานนี้ เป็นอาหารยั่วน้ำลาย น่ากินสุด ๆ สำหรับใครที่สนใจ เมนูอร่อย ๆ น่ากิน ๆ อย่าง ปลาอินทรีทอดน้ำปลา สามารถเข้าไปดู เมนูอาหาร ต่างๆ ได้ ในเว็บของเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…