Browsing:

หมวดหมู่: สุขภาพ

เมี่ยงปลาช่อนเผา เมนูเด็ด ถูกปากทุกคน ทุกภาค

เมี่ยงปลาช่อนเผา

เมี่ยงปลาช่อนเผา เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงไม่มากและมี ขั้นตอนการทำก็ไม่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขอให้เลือกปลาช่อนที่สดใหม่ เมนูนี้ก็อร่อยเด็ดถูกปากกับทุกคนแล้วจ้ะ วันนี้เราเอาสูตรพร้อมน้ำจิ้มเด็ดๆมาฝาก มาดูกันเลย

เมี่ยงปลาช่อนเผา

ส่วนผสม

  • ปลาช่อน ขนาด 1 กก.
  • ตะไคร้ 3 หัว
  • เกลือ
  • แป้งสาลี
  • ผักกาดขาว
  • ผักชีฝรั่ง
  • ผักกาดหอม
  • เส้นขนมจีน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

  • พริกขี้หนูสวนสีแดง 100 กรัม
  • กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม
  • รากผักชี 3 ราก
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม

  • โขลกพริกขี้หนูสวนรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำกระเทียมดองและน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้รสที่กลมกล่อมตามชอบ

วิธีทำ

  • ล้วงไส้ปลาออก ล้างปลาให้สะอาด ใช้เกลือทาให้ทั่วผิวปลาแล้วก็ล้างน้ำออกเพื่อกำจัดมูกแล้วก็กลิ่นคาว
  • บุบหัวตะไคร้แค่พอแตก แทงตะไคร้ผ่านปากปลาจนกระทั่งสุด
  • ผสมเกลือกับแป้งสาลีนิดหน่อย เอามาทาให้ทั่วตัวปลา
  • ตั้งเตาถ่านไฟกลาง ค่อยๆปิ้งให้ทั่วด้าน ราวๆ 50 นาที หรือจนกระทั่งเนื้อปลาสุกสังเกตจากแป้งเกลือที่อยู่รอบตัวปลาเริ่มไหม้
  • ยกปลาออกมาจากเตา ทานคู่กับผักเคียง เส้นขนมจีน รวมทั้งน้ำจิ้มแจ่ว

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูแนะนำสำหรับตนที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูอาหารเชิญชวนหิวที่แนนจะเชิญชวนเพื่อนพ้องๆมาลงมือกระทำวันนี้มีชื่อว่าฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ค่ะ รสเผ็ด หวาน หอม มันครบรสเลยคะ คนไหนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถทำทานได้ด้วย

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ไข่ไก่ 3 ชิ้น
  • พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 0.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • หั่นเต้าหู้ไข่ไก่ ชิ้นเท่าๆกัน หลังจากนั้นนําไปย่างในกระทะให้ ขึ้นสี นําใส่จานแล้วพักไว้
  • ผัดพริกแกงแดงให้สุก เพิ่มเติมนมข้นจืดลงไป แต่งรสด้วยน้ําปลา น้ําตาล ปี๊บ คนจะกว่าจะเข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา ใบมะกรูดซอย และก็พริกชี้ฟ้าแดง
  • นําแกงฉู่ฉี่ราดบนเต้าหู้ไข่ในจาน โรยตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยแล้วก็ พริกชี้ฟ้าแดงให้เกิดความสวยงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ ด้วยสูตร “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เมนูดีๆที่หลายๆคนหลงเสน่ห์ จานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร วิธีการทำจะง่ายสักแค่ไหน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง”

ส่วนผสม

-เนื้อวัวสามชั้น 1 กิโลกรัม

-ชุดเครื่องตุ๋น 1 ชุด

-กระเทียม 10 กลีบ

-แครอท 1 หัว

-พริกไทยดำเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว 1-4 ถ้วย

-ซอสปรุงรส 1-4 ถ้วย

-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ใส่น้ำในหม้อแล้วตั้งไฟกลางรอให้น้ำเดือดจัด แล้วใส่ เนื้อสามชั้น ลงไปตามด้วยเกลือที่จะช่วยดับความคาวของเนื้อ

-จากนั้นใส่ ชุดเครื่องตุ๋น กระเทียม พริกไทยดำเม็ดลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ด้วยไฟกลาง

-ปรุงรสให้น้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาล เคี่ยวทิ้งไว้จนกว่าเนื้อจะเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20 – 40 นาที

-เติมสีสันให้กับเนื้อตุ๋นทรงเครื่องถ้วยนี้ด้วย แครอท หั่นชิ้น

-เสิร์ฟใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อยช่วยเติมความหอมและน่าทาน

เคล็ดลับ
วิธีง่ายๆช่วยขจัดกลิ่นคาวเนื้อวัว หลายคนที่ทำอาหารอาจเคยประสบพบปัญหาในการปรุงรสออกมาไม่ได้ตามต้องการถึงแม้ว่าจะทำตามสูตรทุกขั้นตอนและตาม บางทีอาจเป็นเพราะว่ากลิ่นคาวที่ติดมากับเนื้อวัวทำให้รสชาติอาจออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับในการดับกลิ่นคาวเนื้อมาฝากกัน สำหรับเนื้อวัวนั้นถ้าหากซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แนะนำให้หั่นแบ่งใส่กล่องหรือถุงพลาสติกเอาไว้เมื่อนำมาใช้ประกอบอาหารให้แช่น้ำส้มสายชูไว้โดยประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด หรือจะลองเป็นน้ำผสมเกลือ แต่ว่าบางบ้านบางทีอาจใช้น้ำซาวข้าวที่เชื่อกันว่าจะช่วยทำให้เนื้อสัตว์สดและสะอาดดับกลิ่นคาวได้ดี

และ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” ถ้วยนี้ไม่ว่าจะทานคู่กับข้าวหรือเพิ่มเติมเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป บอกได้เลยว่านี่แหล่ะความสุขง่ายๆที่ทำทานเองได้ที่บ้าน จะเป็นมื้อเช้า กลางวันหรือเย็น ก็อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าคุณไม่ใช่สายเนื้อ เมนูนี้เราปรับจากเนื้อวัว เป็นเนื้อหมูก็อร่อยได้เช่นกันค่ะ…


“กุ้งอบเกลือ” เมนูคนชอบการกินกุ้ง ต้องจานนี้

แซ่บๆ

ใครที่ชื่นชอบการกินกุ้งอยู่แล้ว จะต้องไม่พลาดเมนู “กุ้งอบเกลือ” เลยนะค่ะ กุ้งอบเกลือนับว่าเป็น เมนูง่ายๆ ที่ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมากมาย ขอเพียงแค่คุณมีกุ้งสดๆ บวกกับน้ำจิ้ม แซ่บๆ รับรองว่า มื้อนี้ไม่ผิดหวัง แน่นอน

“กุ้งอบเกลือ”  แซ่บๆ เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจี๊ด

ส่วนผสม

-กุ้งขาว 500 กรัม

-เกลือเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนู 10 เม็ด

-กระเทียม 5 กลีบ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

-รากผักชี 1 ราก

-น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำกุ้งขาวมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งไว้สักพัก

-ตั้งกระทะก้นแบน นำกุ้งมาวางเรียงในกระทะ จากนั้นโรยเกลือเม็ดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป

-นำฝามาปิดกระทะ เปิดไฟแรง พอกุ้งเริ่มสุกแล้วให้เขย่า ๆ กระทะ หรือเปิดฝาคนกุ้งให้ทั่ว

-เสร็จแล้วนำกุ้งจัดเรียงใส่จานได้เลยค่ะ ส่วนน้ำกุ้งที่อยู่ในกระทะให้นำมาตักราดกุ้งเพื่อเพิ่มความหอมอร่อย

-ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดโดย ตำพริก กระเทียม รากผักชี ให้พอหยาบ แล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่น ชิมให้ได้รสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อม กุ้งอบเกลือได้เลย

เคล็ดลับของเมนู

***กุ้งที่นำมาใช้ควรเป็นกุ้งขาวสด ๆ ที่ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้หอมอร่อยกำลังดี

***เวลาอบกุ้งควรใช้ไฟแรงเนื่องจาก การเปิดไฟแรงจะทำให้เปลือกกุ้งมีกลิ่นไหม้นิด ๆ ช่วยทำให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภายในเวลาไม่กี่นาทีคุณแม่บ้านก็สามารถเสกเมนูจานอร่อยอย่าง “กุ้งอบเกลือ” ได้แล้ว…


แซ่บ จี๊ด จ๊าด “ยำแมงกะพรุน” อร่อยดัง กรุบ ๆ

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน” อาหารเรียกน้ำย่อย แซ่บจี๊ดจ๊าด ชวนเคี้ยวกรุบ ๆ รสชาติจัดจ้าน ที่อยากให้ลองทำตามกันดู ใครที่ชื่นชอบแมงกะพรุนกันอยู่แล้ว บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เรามาดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน”

ส่วนผสม

-แมงกะพรุน 400 กรัม

-หมูสับ 100 กรัม

-วุ้นเส้น 1 กำมือ

-มะเขือเทศ 2 – 3 ลูก

-พริกแดง 6 – 7 เม็ด

-หอมแดง 1 – 2 ลูก

-มะนาว 2 ลูก

-น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ก่อนอื่นเลย เราจะนำแมงกะพรุนมาล้างให้หมดความเค็ม ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมค่อนข้างนาน อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะ ทีนี้พอเราล้างแมงกะพรุนเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดี ๆ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดให้พอสะดุ้ง หากลวกนานแมงกะพรุนอาจจะเหนียวได้

-จากนั้นหั่นมะเขือเทศ ตำพริกแดงให้พอหยาบ และซอยหอมแดงเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้ แล้วนำหมูสับกับวุ้นเส้นไปลวกในน้ำเดือดให้สุก แล้วตักขึ้นมาพักไว้

-หลังจากนั้นเตรียมชามผสม แล้วใส่หมูสับ วุ้นเส้น มะเขือเทศ หอมแดง พริก และผักชีลงไป

-ปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว จากนั้นคลุกส่วนผสมและเครื่องปรุงให้เข้ากัน

-ใส่แมงกะพรุนปิดท้าย แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นตักใส่จานให้เรียบร้อย โรยหน้าด้วยผักชีด้านบน เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับการทำแมงกะพรุนให้หมดเค็ม
ใครที่ลองทำเมนูแมงกะพรุนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมงกะพรุนที่เราซื้อมา จะมีรสชาติเค็มปี๋แบบสุด ๆ ซึ่งเมื่อบางคนไม่รู้ จึงล้างน้ำแค่เพียง 2 – 3 รอบ ก่อนนำไปทำอาหาร พอเอาไปปรุงอาหารจริง ๆ กลับกลายเป็นกินไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีที่จะช่วยล้างให้แมงกะพรุนหมดเค็มอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยตาม 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1
นำแมงกะพรุนไปแช่ในน้ำราว ๆ 5 – 6 ชั่วโมง โดยในระหว่างนั้นให้เปลี่ยนน้ำสัก 2 – 3 น้ำ

วิธีที่ 2
วิธีนี้เราจะใช้ “หมาก” ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เค้าเอาไว้เคี้ยวกับปูนนั่นแหละมาช่วยลดความเค็ม โดยเราจะนำลูกหมากมาผ่าซีก หรือใช้น้ำคั้นจากเนื้อหมากก็ได้ ใส่ลงไปผสมกับน้ำที่แช่แมงกะพรุน แล้วทิ้งเอาไว้สัก 1 – 2 ชั่วโมง รับรองว่าแมงกะพรุนหายเค็มแน่นอน!

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูยำแมงกะพรุนสุดแซ่บ เมนูกินเล่นที่รับรองว่าหลายคนต้องติดใจแน่นอน ถ้าใครชื่นชอบ อย่าลืมนำไปทำตามกันดูนะ ส่วนใครที่เริ่มเปรี้ยวปากกันแล้ว…


เมนูอร่อยระดับภัตตาคาร “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง”

พาสต้าแบบอิตาเลียน

อร่อยระดับภัตตาคารที่ใครๆ ก็ทำทานเองได้ กับ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” ด้วยการผสมผสานอาหาร 2 สไตล์ ระหว่าง พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เสริมทัพด้วยวัตถุดิบชั้นดีอย่างเนื้อน่องลาย บอกเลยว่าน่าทาน ชวนให้น้ำลายไหลสุดๆ ด้วยรสชาติและความหอมแบบถึงเครื่องของพริกแกงมัสมั่น รับรองอร่อยถูกปากสไตล์คนไทย วิธีทำง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถทำทานกับคนพิเศษได้เองที่บ้าน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วตามไปดูวิธีทำพร้อมๆ กันเลย

พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ

ส่วนผสมเส้น

-เส้นพาสต้า เกลือ1/2ช้อนชา

ส่วนผสมซอสคลุก

-นมสด1ถ้วย

-พริกแกงมัสมั่น2ช้อนโต๊ะ

-หอมหัวใหญ่สับ1หัว

-น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ

-เกลือนิดหน่อย

-น้ำมะขามเปียก1ช้อนโต๊ะ

-เนื้อน่องลายชิ้นบาง

-ถั่วลันเตา1/2ถ้วย

-พาร์สลีย์

วิธีทำส่วนเส้น

-ตั้งกระทะต้มน้ำ โดยใส่เกลือลงไปเล็กน้อย

-พอน้ำเริ่มร้อนนำเส้นลงไปต้มใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที​

-พอเส้นสุก ตักเส้นมาใส่น้ำเย็นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำมาใส่ตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำ​

-ให้นำเส้นไปคลุกกับเนย แล้วพักไว้​

วิธีทำซอสคลุก

-ใส่นมสดลงกระทะเล็กน้อย แล้วตามด้วยพริกแกงมัสมั่น ผัดจนพริกแกงแตกมัน​

-ใส่หอมหัวใหญ่สับ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน​

-นำนมสดที่เหลือมาใส่ รอจนพริกแกงเริ่มเดือดใส่เนื้อน่องลาย​

-ใส่ถั่วลันเตา ผัดพอสุกแล้วรีบปิดไฟ (เพื่อไม่ให้เนื้อสุกเกินไปจนเหนียว)​

-นำเส้นพาสต้าที่พักไว้มาผัดกับซอสให้เข้ากัน

-คลุกเคล้าให้เข้ากัน​

-นำทั้งหมดจัดลงจาน ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์ เพียงเท่านี้ก็ได้ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟ อาจจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบดก็ได้

พริกแกงมัสมั่นถือเป็นตัวชูโรงของเมนูฟิวชั่นในครั้งนี้ ด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่หอมติดจมูก รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดมากเกินไป ทำให้มัสมั่นเป็นที่ชื่นชอบหรือเมนูโปรดของใครหลายคน รู้หรือไม่ว่าพริกแกงมัสมั่นนั้นนอกจากจะอร่อยถูกปากแล้ว เครื่องเทศในพริกแกงนี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการคลื่นไส้, หัวหอมแขก ช่วยแก้หวัดและคัดจมูก, น้ำมะขามเปียกเป็นยาระบายอ่อนๆ, ยี่หร่า ช่วยขับลมและขับเสมหะ, กานพลู แก้ปวดท้อง จุกเสียด, พริกไทย ช่วยขับลม, ขิง แก้ท้องอืด บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ, ลูกจันทร์ บำรุงตับ ปอด และลดไขมันในเลือด, ลูกกระวาน แก้อาการอาหารไม่ย่อย สรรพคุณจากเครื่องเทศเหล่านี้ ถือเป็นอีกเสน่ห์ของอาหารไทย สำหรับใครที่อยากทำเมนูฟิวชั่นอร่อยระดับภัตตาคารอย่างนี้ทานที่บ้านกับคนพิเศษแล้วล่ะก็…


การลดปริมาณ คาร์โบไฮเดรต จะสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นหรือไม่

การลดปริมาณ คาร์โบไฮเดรต จะทำให้กระบวนการในการนำไขมันส่วนเกินออกมาใช้นั้นไม่มีประสิทธิภาพ การงดคาร์โบไฮเดรต ร่างกายของเราก็จะไม่มีพลังงานมาใช้

การลดปริมาณ ทำให้ร่างกายไปดึงโปรตีนมาใช้แทนจนส่งผลให้การสร้างกล้ามเนื้อไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนคาร์โบไฮเดรตที่เราบริโภคควรจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่ได้จากแป้งที่ไม่ผ่านการขัดขาว เพราะคาร์โบไฮเดรตจำพวกนี้จะเผาผลาญได้ช้า และให้พลังงานได้ตลอดวัน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ข้าวโอ๊ต เป็นต้น

การรับประทานเวย์โปรตีน ในการสร้างกล้ามเนื้อ

เวย์โปร์ตีน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดออกมาจากนม ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถบริโภคได้ โดยให้ผลเป็นอาหารเสริมที่สร้างมาเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเสริมโปรตีน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในมื้ออาหารหลัก ร่างกายได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ และนมอยู่แล้ว

การลดปริมาณ

หากร่างกายได้รับปริมาณโปรตีนที่เพียงพอจากมื้อหลักแล้ว ไม่แนะนำให้กินโปรตีนเสริมมากเกินจำเป็น ซึ่งการบริโภคโปรตีนมากเกินไป เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น โรคกระดูกพรุน ความเสียหายที่ตับและไตอย่างรุนแรงได้

โค้ชปุ๊ก ย้ำว่า การรับประทานโปรตีนในทุกประเภท สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ แต่ต้องควบคู่กับการฝึกกล้ามเนื้อไปด้วย หากฝึกไม่สม่ำเสมอ ก็ต้องใช้เวลานานมากกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรง โดยการฝึกก็มีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการฝึกกล้ามเนื้อบริเวณไหน และต้องการกล้ามเนื้อแบบไหน

สำหรับการคำนวณค่า BMI เป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกในเรื่องภาวะโภชนาการ แต่ในนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อไม่เหมาะกับการคำนวณค่า BMI เนื่องจากน้ำหนักของนักกีฬาเป็นน้ำหนักจากกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน หากคำนวณด้วยค่า BMI โดยใช้น้ำหนักตัว/ความสูง ยกกำลังสอง ผลที่ได้ก็จะทำให้เกินเกณฑ์มาตรฐานดัชนีมวลกาย

นอกจากนี้ การนอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลถึงกล้ามเนื้อ เพราะในช่วงเวลาที่เรานอนหลับนั้น กล้ามเนื้อของเราที่ถูกใช้งานอย่างหนักจะได้รับการฟื้นฟู ใยกล้ามเนื้อที่เสียหายจากการฝึกกล้ามเนื้อก็จะได้รับการซ่อมแซม ซึ่งถ้าหากเรานอนหลับไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้กล้ามเนื้อของเราเกิดอาการเมื่อยล้าและอาจจะทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com


กินโปรตีน สร้างกล้ามเนื้ออย่างไร ให้หุ่นสวยเป๊ะได้อย่างใจสั่ง

กินโปรตีน

กินโปรตีน สร้างกล้ามเนื้ออย่างไร ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด หลายคนมีคำถามเดียวกันนี้ เมื่อต้องการจะสร้างกล้ามเนื้อให้ฟิตเฟิร์ม ถ้าอย่างนั้นมาหาคำตอบกัน

กินโปรตีน หุ่นดี ๆ เสกมาเองไม่ได้ แต่เราต้องสร้างกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง และไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังกายหรือใครที่อยากมีกล้ามเร็ว ๆ อาจจะใส่ใจในเรื่องอาหารการกินร่วมด้วย ซึ่งสารอาหารที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้เร็ว ๆ ทุกคนคงรู้ดีว่าคือเจ้าโปรตีน และวันนี้ทาง สสส. ก็ได้แนะนำวิธีการกินโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้ออย่างได้ผลมาฝาก

สำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากวินัยในการออกกำลังกายที่จำเป็นต้องมีอย่างสม่ำเสมอแล้ว “โปรตีน” ยังเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ จึงต้องให้ความใส่ใจในการบริโภคอย่างเหมาะสม

“โค้ชปุ๊ก” ยลวรณัฏฐ์ จีรัชตกรณ์ ผู้จัดการศูนย์ออกกำลังกาย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ให้ข้อมูลว่า โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และจำเป็นจะต้องมีอยู่ในอาหารทุกมื้อ โปรตีนนอกจากจะไปสร้างมวลกล้ามเนื้อแล้ว ยังป้องกันกระบวนการแคทาบอลิซึมของกล้ามเนื้อ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ใยกล้ามเนื้อถูกทำลาย ดูบอลออนไลน์ HD

กินโปรตีน

ซึ่งสารอาหารชนิดนี้ก็ไม่ได้มีอยู่แค่ในเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในอาหารอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ธัญพืช และถั่วชนิดต่าง ๆ

คนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น น้ำหนัก 65 กิโลกรัม จะต้องการโปรตีนประมาณ 60-70 กรัมต่อวัน และสำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 2-3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม คือประมาณ 120 กรัมต่อวัน เช่น นักเพาะกาย จำเป็นต้องแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย 6-8 มื้อ

เนื่องด้วยข้อจำกัดของร่างกายที่ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้ครั้งละ 30-50 กรัม ทุก 2-3 ชั่วโมง ขึ้นกับน้ำหนักตัว จึงต้องการโปรตีนเพื่อไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป

ทั้งนี้ ประโยชน์ของการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ คือ ทำให้ไขมันลดลงจากการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ โดยร่างกายจะมีการเผาผลาญพลังงานเฉพาะแคลอรีหรือไขมันส่วนเกินออกไปได้ดีขึ้น ทำให้น้ำหนักลดลง รูปร่างกระชับได้สัดส่วน และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ ปวดหลัง ปวดไหล่ ขณะทำกิจวัตรประจำวันได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com


การดื่มน้ำ ให้เพียงพอ และ สม่ำเสมอ มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย อย่างไร

การดื่มน้ำ

การดื่มน้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ตั้งแต่ 55% ถึง 78% ขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย

การดื่มน้ำ ให้เพียงพอและสม่ำเสมอมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นอกจากนี้ น้ำยังไม่มีแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลอีกด้วย ปริมาณของน้ำที่ดื่มในทุกวันมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อสุขภาพที่ดีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วต่อวัน นอกจากนี้สถาบันการแพทย์ยังกำหนดปริมาณน้ำที่ควรบริโภคต่อวัน โดยในเพศชายควรดื่มน้ำประมาณ 3 ลิตร/วัน ส่วนผู้หญิงควรดื่มประมาณ 2.2 ลิตร/วัน

น้ำยังช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นซึ่งสำคัญมาก เพราะทุกเซลล์ในร่างกายต้องการน้ำเพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ และนี้คือ 10 ประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำดื่มที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. บรรเทาความเมื่อยล้า

หากคุณกำลังรู้สึกเมื่อยล้าก็มีโอกาสสูงว่าเป็นเพราะดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ ในความจริงแล้วความเมื่อยล้าจัดเป็นสัญญาณแรกของร่างกายขาดน้ำก็ว่าได้

เมื่อน้ำในร่างกายลดน้อยลง หัวใจจะทำงานหนักขึ้นในการปั้มเลือดที่มีออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือด และยังทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและลดความเมื่อยล้าลงได้

2. ช่วยปรับปรุงอารมณ์

การวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าการขาดน้ำอย่างอ่อนๆ (แม้เพียง 1-2% ของระดับปกติ) ก็ส่งผลแง่ลบต่ออารมณ์และความสามารถในการคิดแล้ว

มีการศึกษาขนาดเล็กๆ ที่ดำเนินการกับผู้หญิงจำนวน 25 ราย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการได้พบว่า การขาดน้ำส่งผลต่ออารมณ์และความสามารถในการทำความเข้าใจ สีของปัสสาวะจะบอกได้ดีถึงระดับของน้ำในร่างกาย ยิ่งสีอ่อนๆ ร่างกายก็ยิ่งมีความชุ่มชื้น แต่ในทางกลับกันหากสีเข้มก็แสดงว่าร่างกายอาจกำลังขาดน้ำอยู่

การดื่มน้ำ

3. รักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน

หากคุณมีอาการปวดศีรษะหรือปวดไมเกรน สิ่งแรกที่คุณควรทำเพื่อบรรเทาอาการก็คือควรดื่มน้ำให้มากๆ เพราะบ่อยครั้งอาการปวดหัวและไมเกรนมากจะเกิดจากร่างกายขาดน้ำ

จากการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารประสาทวิทยาในยุโรปพบว่า การดื่มน้ำให้มากขึ้นจะช่วยลดชั่วโมงและความรุนแรงของอาการปวดหัวในกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาได้

4. ช่วยในการย่อยอาหารและอาการท้องผูก

น้ำยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหารในร่างกาย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพออาจทำให้ลำไส้ดึงเอาน้ำออกมาจากอุจจาระในลำไส้เพื่อรักษาความชุ่มชื้น จึงทำให้อุจจาระแข็งตัวและยากที่จะถ่ายออกมาได้

การดื่มน้ำที่เพียงพอช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานและลำไส้มีการเคลื่อนตัวได้ดี ยิ่งหากดื่มเป็นน้ำอุ่นแล้วก็จะยิ่งดีต่อระบบย่อยอาหารในร่างกายมากกว่าดื่มน้ำเย็นเสียอีก

5. ช่วยลดน้ำหนัก

ในการทดลองทางคลินิก นักวิทยาศาสตร์พบว่าการดื่มน้ำ 8 ออนซ์ จำนวน 2 แก้วก่อนมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากอาหารและช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผล เมื่อคุณดื่มน้ำมันช่วยเติมกระเพาะให้เต็มและลดแนวโน้มการกินมากเกินควรได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และช่วยในการสลายและกำจัดเซลล์ไขมันได้อีกด้วย

น้ำเป็นเครื่องดื่มที่ปราศจากแคลอรี่ จัดเป็นเครื่องดื่มทดแทนแอลกอฮอล์ หรือน้ำอัดลม รวมไปถึงเครื่องดื่มหวานๆ ที่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้

6. ช่วยล้างสารพิษ

น้ำเป็นตัวช่วยกำจัดพิษชั้นเลิศ ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียส่วนใหญ่ออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของไต ลดปริมาณนิ่วในไตโดยเจือจางเกลือและแร่ธาตุต่างๆ ในปัสสาวะซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ่วในไต

แม้ว่าคุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเตือนว่าอย่าให้มากเกินไปนัก เนื่องจากมันอาจลดความสามารถในการกรองของเสียของไตได้

ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรดื่มเมื่อรู้สึกกระหาย และให้นับรวมของเหลวชนิดอื่นๆ รวมไปถึงน้ำที่มีในอาหารที่คุณทานด้วย

การดื่มน้ำ

 

7. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

 

ปริมาณน้ำที่เพียงพอในร่างกายยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายอีกด้วย เพราะคุณสมบัติของน้ำจะช่วยให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความร้อนในร่างกายออกมาผ่านทางเหงื่อที่ไหลออกจากผิว จึงช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้

อุณหภูมิร่างกายที่ถูกควบคุมไว้ได้ดี จะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงเวลาออกกำลังกาย น้ำช่วยหล่อลื่นข้อต่อและกล้ามเนื้อซึ่งช่วยป้องกันตะคริวและเคล็ดขัดยอกได้

8. ช่วยให้ผิวสุขภาพดี

น้ำช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้น และช่วยให้โลหิตไหลเวียนในเส้นเลือดฝอยได้อย่างสะดวก ซึ่งช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีและอ่อนกว่าวัย อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อ บำรุงผิวพรรณ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังได้

เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างพอเพียง ผิวก็จะรู้สึกชุ่มชื้นแลดูสดใส นุ่มมือ เป็นประกายและเรียบเนียน ทั้งยังช่วยป้องกันริ้วรอยเล็กๆ ลดรอยแผลเป็น ลดสิวและริ้วรอยอื่นๆ จากภาวะแก่ก่อนวัยได้ด้วย

9. บรรเทาอาการเมาค้าง

การดื่มน้ำเป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการขจัดอาการเมาค้าง เนื่องจากน้ำมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ จึงช่วยขจัดแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไป ดังนั้นน้ำจึงช่วยร่างกายได้คืนสภาพและเร่งการฟื้นตัวให้เร็วขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำ 16-20 ออนซ์ก่อนที่คุณจะไปเข้านอน ในคืนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

10. ขจัดกลิ่นปาก

การมีกลิ่นปากเป็นสัญญาณว่าคุณอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ เพราะน้ำช่วยให้ปากชุ่มชื้นและช่วยล้างเศษอาหารที่ตกค้างรวมไปถึงแบคทีเรียในปากได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเจือจางสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากซึ่งแบคทีเรียสร้างขึ้นมา

ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหารหรือมื้ออาหารว่างเพื่อควบคุมกลิ่นและช่วยขจัดแบคทีเรีย รวมไปถึงเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและซอกเหงือกด้วย

สรุปว่า มันเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอกับร่างกายในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำอย่างเต็มที่ และให้แน่ใจว่าคุณดื่มน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว รวมไปถึงควรทานผลไม้และผักฉ่ำน้ำต่างๆ ให้มากขึ้นด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.health-th.com/10-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1/