Browsing:

หมวดหมู่: ขนมไทย

ขนมครก ขนมหวานไทย อร่อยๆ เมนูขนมทอดหวานหอมกะทิ

ขนมครก

ขนมครก  ขนมไทย เมนูกะทิ วิธีทำขนมครก ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้

ขนมครก เป็นขนมทอดบนกระทะหลุม เคล็ดลับความอร่อยของขนมไทย ชนิดนี้ค คือ แป้งและกะทิ ที่แป้งต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสชาติที่กลมกล่อม พอดีไม่หวานเกินไป

อาหารไทย สำหรับวันนี้ นำเสนอ เมนูอาหาร แบบง่ายๆ เป็น ขนมไทย ขนมหวานจากกะทิ คือ ขนมครก เคล็ดลับความอร่อยของขนมครก ต้องมาจากวัตถุดิบคุณภาพ การผสมแป้ง และ การผสมกะทิ รวมถึงเทคนิคการทำขนม ต้องได้แป้งที่สุกกรอบบอดี และ น้ำกะทิที่อร่อย เพิ่มความอร่อยมากขึ้น ใน อาหาร ด้วย ท๊อปปิ้ง อย่างต้นหอม ข้าวโพด หรือ เผือก

สูตรขนมครก ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งขนมครก

-แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
-น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
-น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
-น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

-หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
-แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
-เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )

ขนมครก
-น้ำมันพืช
วิธีทำขนมครก

-เริ่มผสมแป้ง โดยเตรียมภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสและกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวเต็มที่
-เริ่มผสมกะทิ โดยเตรียมภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งเอาไว้ 30 นาที
-เตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายขึ้น
-เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อให้แป้งกรอบเป็นทรงขนมครก จากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
-เมื่อแป้งเซ็ตตัวได้ที่ประมาณ 50% แล้ว ให้เติมน้ำกะทิลงไปให้เต็มหลุม และปิดฝาอบต่อให้ขนมครกเต็มหลุมและเป็นชิ้น
-เมื่อกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามใจชอบ เมื่อท๊อปปิ้งสุกเต็มที่ ก็แกะขนมครก และ วางประกบกันให้สวยงาม
เคล็ดลับการทำขนมครก

-กะทิสำหรับทำขนม ให้ใช้กะทิคั้นสด ความสดของกะทิจะให้ความหอมอร่อยแบบธรรมชาติ
-แป้งข้าวเจ้า จะช่วยให้ขนมสามารถจับตัวเป็นชิ้นได้ แต่ต้องใส่แป้งไม่มากเกินไปจึงจะให้ความนุ่มของขนม
-ไฟที่ใช้ในการทอดขนมครก ให้เลือกใช้ไฟอ่อนๆ และ ต้องได้ความร้อนที่ทั่วและเท่ากันทั้งกระทะหลุม
-ท๊อปปิ้ง สามารถเลือกใช้ตามใจชอบ เพื่อให้เครื่องสุกอรอ่ย สามารถทำให้ท๊อปปิ้งสุกก่อนก็สามารถทำได้
-ในการผสมแป้งและกะทิ ต้องกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อให้ขนมสะอาดไม่มีเศษสกปรกติดมาด้วย
-การผสมแป้ง สามารถใส่สีผสมอาหารแบธรรมชาติ เช่น น้ำใบเตย หรือ น้ำอัญชัน เพื่อเพิ่มสีสันให้ขนมครกได้
-น้ำปูนใส เป็นส่วนผสมที่ทำให้แป้งกรอบเวลานำไปทอด หากไม่ใส่น้ำปูนใสแป้งจะนุ่มไม่อร่อย ต้องให้กรอบนอกนุ่มใน หวานกะทิ จึงได้ขนมที่อร่อย
-น้ำตาลที่ใช้ในการผสมขนม ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ เหมาะสำหรับทำขนมไทยที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com


ทับทิมกรอบรากบัว ของหวาน เมนูคลายร้อน สูตรทับทิมกรอบ เมนูคลายร้อน หอมหวานน้ำกะทิ

ทับทิมกรอบรากบัว

ทับทิมกรอบรากบัว วิธีทำทับทิมกรอบรากบัว ขนมหวาน ที่ทำจากรากบัว ทานคู่กับน้ำเชื่อม และ กะทิ รากบัวทำอะไรกินได้บ้าง

ทับทิมกรอบรากบัว การทำทับทิมกรอบ ขนมไทย เมนูคลายร้อน หอมหวานน้ำกะทิทับทิมกรอบ ขนมไทย เมนูคลายร้อน

สูตรขนมหวาน เมนูแนะสำสำหรับวันนี้ คือ ทับทิมกรอบรากบัว ทับทิมกรอบ รากบัวทับทิมกรอบ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ รากบัวต้มให้กรอบอร่อย ทับทิมกรอบ แป้งเหนียวนุ่ม ไส้กรอบอร่อย และ น้ำกะทิ หอมน้ำลอยดอกมะลิ และ หวานมัน ได้รสชาติของกะทิสดๆ ขนมไทย ของหวาน ยอดนนิยม วิธีทำทีละขั้นตอนการทำขนม เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับผู้ที่นิยม การทำของหวาน การทำทับทิมกรอบ สูตรโบราณ ทับทิมกรอบรากบัว ขนมหวาน เมนูคลายร้อน เมนูกะทิ หวานหอมมัน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักาการทำอาหาร เมนูขนมหวาน

ส่วยผสมสำหรับทำทับทิมกรอบรากบัว

-แป้งมัน 2 ถ้วย
-น้ำหวานสีแดง 2 ช้อนโต้ะ
-รากบัว 1 หัว ( อายุประมาณ 1 ปี )
-น้ำตาล 3 ถ้วย
-น้ำเปล่า 3 ถ้วย
-เกลือ 1 ช้อนชา
-หัวกิทะ 1 ถ้วย ( ใส่เกลือ 1 ช้อนชา )
-เนื้อขนุนฉีก 1 ถ้วย
-น้ำแข็งบด

ทับทิมกรอบรากบัว
วิธีทำทับทิมกรอบรากบัว

-เตรียมกะทิ ด้วยการนำ กะทิ มาต้มกับเกลือ ประมาณ 1 ช้อนชา ต้มอย่าให้แตกมัน จากนั้นนำมาพักให้เย็น
-เตรียม น้ำเชื่อม นำน้ำเชื่อมในอัตราส่วนน้ำตาล 3 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน ต้มให้–น้ำตาลละลายเข้ากัน เติมเกลือ ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม จากนั้นพักให้เย็น นำไปแช่นน้ำเย็นให้เย็น
-เตรียม ทับทิมกรอบ โดย นำ รากบัว มาปลอกเปลือกให้หมด ล้างให้สะอาด -นำมาหั่นเป็นลูกเต๋า จากนั้นนำ รากบัว มาต้ม ประมาณ 15 นาที จากนั้นนำขึ้นมาพัก ใช้น้ำหวานสีแดงมาราดคลุกเคล้ากับ รากบัว ให้แห้ง จากนั้นนำ ผงแป้งมันมาเทใส่ และคลุกเคล้าให้แป้งมันเกาะตัว ทับทิมกรอบ ให้หนาพอสมควร
-ต้มน้ำให้เดือด จากนั้น ทับทิมกรอบ ลงไปต้ม สังเกตุให้แป้งสุกใส
-นำน้ำเชื่อมที่แช่เย็นไว้แล้ว ออกมา เท ทับทิมกรอบ ที่ต้มสุกลงไปในน้ำเชื่อมเย็นๆเลย เนื้อแป้งจะหดและสวยงาม
-เสริฟ ทับทิมกรอบ ใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยขนุน ราดกะทิ และน้ำแข็ง เสร็จแล้ว ทับทิมกรอบกับรากบัว พร้อมรับประทาน ทับทิมกรอบใส่รากบัว ทับทิมกรอบ
รากบัว สมุนไพร สารพัดประโยชน์ รากบัว หรือ เหง้าบัว ภาษาจีนเรียกว่า กวงพั้ง รากบัวที่ดีต้องมีสีขาว อวบ และ ใหญ่ รากบัวกินได้ทั้งดิบและสุก นำมาประกอบอาหาร และ เป็นยา รากบัว หรือ เหง้าของบัวหลวง มีลักษณะเป็นท่อนยาว แบ่งเป็นปล้อง ๆ เมื่อหั่นตามขวางจะเห็นรูกลวงเรียงตัวเป็นรัศมี เนื้อรากบัวฉ่ำกรอบ สีขาวอมเหลืองหรือสีเหลืองงาช้าง

สูตรขนมไทย เมนูของหวาน จากกะทิ เมนูรากบัวทับทิมกรอบ เป็น การผสมผสานระหว่าง ทับทิมกรอบกับรากบัว ราดน้ำเชื่อม และ กะทิ หอมๆ กินคู่กับน้ำแข็งเย็นๆ ทำให้ เมนูขนมไทย นี้ เป็น ขนมไทย …


มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมไทย ขนมไทย เมนูมันเชื่อม ขนมไทยโบราณ

มันสำปะหลังเชื่อม

มันสำปะหลังเชื่อม วิธีทำมันเชื่อม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย

มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม สูตรมันเชื่อม ความอร่อยของมันเชื่อม

ขนมไทย เมนูยอดนิยม มีหลายประเภท ซึ่ง ขนมไทย เมนูเชื่อม เป็น การนำเอา น้ำตาลมาต้มให้ละลาย และนำมาต้มกับส่วนผสมต่างๆ ให้น้ำตาลซึมเข้าวัตถุดิบ เกิดความหวานถึงเนื้อในของวัตถุดิบ ขนมมันเชื่อม หรือ มันเชื่อมเป็น หนึ่งใน ขนมไทยยอดนิยม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย ทำอย่างไร ขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม ทำมันเชื่อมอย่างไรถึงอร่อย ความอร่อยของมันเชื่อม สูตรขนมไทย เมนูเชื่อม ขนมมันเชื่อม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย i99bet เหมาะสำหรับคนชอบ ทำขนมหวาน เมนูอาหารสำหรับวันนี้ เอาเป็น ของหวาน ก็แล้วกัน

ส่วนผสมสำหรับทำมันสำปะหลังเชื่อม

-มันสำปะหลัง 2 หัว ปลอกเปลือก และ หั่นเป็นชิ้นพอคำ
-น้ำตาล 1 กิโลกรัม
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-เกลือ 2 ช้อนชา
-แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต้ะ ( นำมาละลายน้ำ )
-หัวกะทิ 1 ถ้วย

มันสำปะหลังเชื่อม
วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

-เตรียมหัวกะทิ โดย นำ หัวกะทิ มาต้มกับ แป้งข้าวโพด และ เกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้ หัวกะทิ ออกจะเหนียว จากนั้นนำมาพักไว้ก่อนรอทานกับมันเชื่อม
-นำ มันสำปะหรัง ไปนึ่งให้สุกก่อน จากนั้นนำออกมาพัก
-เคี่ยวน้ำตาล และ น้ำเปล่า เติมเกลือลงไป 1 ช้อนชา จากนั้นนำ หัวมัน ลงไปต้มกับ น้ำเชื่อม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ สังเกตุจนน้ำเขื่อมเริ่มงวดและน้ำเชื่อมซึมเข้าไป เนื้อมัน จนทั่ว ก็เป็นอันเสร็จ
-เสริฟ มันเชื่อม พร้อมด้วย หัวกะทิ
เคล็ดลับการทำมันเชื่อม

-มันสัมปะหรัง การเลือกมันสัมปะหรัง ที่เหมาะสำหรับทำ ขนมมันเชื่อม ต้องเลือก มันสัมปะหรังขนาดพอดี ไม่เล็ก หรือ ใหญ่เกินไป เนื่องจาก หากเล็กเกินไป มันจะเละง่าย หากใหญ่เกินไป น้ำเชื่อมจะไม่ทั่วเนื้อมันสัมปะหรัง
-น้ำตาล สำหรับทำมันสัมปะหรังเชื่อม นั้นใช้ น้ำตาลทราย ซึ่ง น้ำตาลทราย เหมาะสำหรับนำมาทำ ขนมหวาน เมนูเชื่อม
-น้ำเชื่อม นั้นต้องผสมเกลือด้วย เนื่องจากเกลือจะช่วยให้น้ำเชื่อมมีความกลมกล่อมมากขึ้น
-กะทิ ให้ผสมแป้งมันด้วย เนื่องจากกะทิจะมีความค้นๆ ทำให้เพิ่ม ความอร่อยของกะทิ การเคี้ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวให้ แป้งมันละลาย หรือ สามารถใช้การนำแป้งมันแช่น้ำ ให้แป้งอิ่มน้ำก่อนนำมาต้มกับ กะทิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


ข้าวเหนียวดอกโสน ขนมไทย เมนูข้าวเหนียว เมนูกะทิ ขนมหวาน

ข้าวเหนียวดอกโสน

ข้าวเหนียวดอกโสน วิธีทำข้าวเหนียวดอกโสน ข้าวเหนียวดอกโสนขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน

ข้าวเหนียวดอกโสน ขนมจากดอกโสน เมนูกะทิ เมนูข้าวเหนียว ของหวาน ข้าวเหนียวมูนกับดอกโสน โรยงาคั่วและมะพร้าวขูด

อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมไทย ขนมหวาน เมนูข้าวเหนียวมูน กับ ดอกโสน สูตรข้าวเหนียวดอกโสน เคล็ดลับความอร่อย อยู่ที่ ข้าวเหนียว เทคนิคการมูนข้าวเหนียว ผสมกับดอกโสนลวก เป็น ขนมไทย เมนูข้าวเหนียว ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก การทำขนม สูตรขนมไทย ข้าวเหนียวมูน กับ ดอกโสน หวานๆ ได้สุขภาพ ข้าวเหนียวดอกโสนขนมหวาน เมนูข้าวเหนียวมูน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูขนมไทย

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวดอกโสน

-ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม ( ข้าวเหนียวเคี้ยวงูเก่า )
-หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
-เกลือ 1 ขีด
-ดอกโสน 1 ถ้วย
-เนื้อมะพร้าวขูด 1 ถ้วย
-น้ำตาล ผสม งาคั่วบด อัตราส่วน 1 ต่อ 1 ปริมาณตามใจชอบ

ข้าวเหนียวดอกโสน
วิธีทำข้าวเหนียวดอกโสน

-ล้าง ข้าวเหนียว ให้สะอาด จนน้ำที่ล้าง ข้าวเหนียว ใสเลย พักไว้ก่อน
-นำ หัวกะทิ มาต้มใส่ น้ำตาล และ เกลือ ลงไป
-ข้าวเหนียวไปนึ่ง เมื่อข้าวเหนียวสุกแล้ว นำข้าวเหนียวร้อนๆ มามูนกับหัวกะทิ และดอกโสน จากนั้นพักให้กะทิเข้าเนื้อข้าวเหนียว
-เสริฟ ข้าวเหนียวดอกโสน โดย โรยหน้าด้วย มะพร้าวขูด และ น้ำตาล งา ขนมไทย เมนูง่ายๆ จาก ดอกโสน ขนมไทย จาก ดอกโสน ข้าวเหนียวดอกโสน
เคล็ดลับ การทำข้าวเหนียวดอกโสน

-ดอกโสน ให้นำไปลวกก่อน ซึ่ง การลวกดอกโสนนั้น มีความสำคัญ i99bet เนื่องจาก ต้องลวกและให้ รักษาความสดของดอกโสน เทคนิคการทำให้ดอกโสนสด คือ การนำไปแช่น้ำแข็ง จะทำให้ดอกโสนรักษาสีสวยสด
-ข้าวเหนียว สำหรับนำมาทำข้าวเหนียวดอกโสน นั้น เป็น ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวมูน คือ ข้าวเหนียวเคี้ยวงู ให้เลือกใช้ ข้าวเนียวเคี้ยวงูเชียงราย ข้าวเหนีวเก่า จะทำให้ เม็ดข้าวสวย ไม่เละ เหมาะสำหรับนำมาทำข้าวเหนียวมูน
-เนื้อมะพร้าวขูด นั้น ให้นำไปนึ่งก่อน การนึ่งมะพร้าวขูด ทำให้มะพร้าวขูดไม่เน่า และ ไม่บูดเร็ว
-น้ำตาล ที่ใช้ทำ น้ำตาลผสมงาคั่ว นั้น ใช้ น้ำตาลทราบขาว เนื่องจากเม็ดละเอียด ไม่แข็ง เหมาะสำหรับกินแบบโรยหน้าข้าวหนียว
-กะทิ สำหรับนำมาทำข้าวเหนียวมูน ต้องเป็น กะทิคั้นสด ซึ่งใช้หัวกะทิเข้มข้น โดยการทำหัวกะทิ ต้องกรองน้ำกะทิทุกครั้ง เพื่อให้ไม่มีเศษเจือปน
ข้าวเหนียวดอกโสน วิธีทำข้าวเหนียวดอกโสน ดอกโสน อ่านออกเสียงว่า สะ-โหน เป็น พืช สมุนไพร มี สรรพคุณ ช่วยลดไข้ ขับปัสสาวะ ข้าวเหนียวดอกโสน เป็น ขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน ขนมจากดอกโสน เมนูขนมไทย เมนูข้าวเหนียว ขนมไทย สูตรขนมหวานแบบพื้นบ้าน สูตรขนมหวานจากดอกโสน ดอกโสนทำขนมอะไรได้บ้าง เมนูขนมง่ายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


ข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง ขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน หอมอร่อย

ข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง  ขนมหวานจากข้าวเหนียว นำข้าวเหนียวมามูนและห่อใบตองนำมาปิ้งให้หอม

ข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง วิธีทำข้าวเหนียวปิ้งหน้ากุ้ง ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูข้าวเหนียว ขนมปิ้งย่าง ขนมไทยโบราณ

อาหารไทย เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ นำเสนอ ขนมโบราณ ขนมพื้นบ้าน คือ ข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง ข้าวเหนียวหวานมัน หอมไส้กุ้ง แสนอร่อย เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการทำอาหาร และ การปรุงรสชาติ

สูตรข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูข้าวเหนียว

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง

-ข้าวเหนียวเคี้ยวงู 2 กิโลกรัม
-หัวกะทิ 2 กิโล สำหรับทำข้าวเหนียวมูน
-เกลือ 2 ช้อนโต้ะ สำหรับทำข้าวเหนียวมูน
-กุ้งแห้ง 1 ถ้วยตวง
-รากผักชี 1 ถ้วยตวง
-พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต้ะ
-กระเทียม 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนโต้ะ
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
-เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง
-หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
-สีส้มผสมอาหาร 1 ช้อนชาผสมน้ำ
-พริกไทยป่น 3 ช้อนโต้ะ
-ใบตองและไม้กลัดสำหรับห่อข้าวเหนียว


วิธีทำข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง

-เริ่มจากการทำไส้กุ้ง โดย นำรากผักชี กระเทียม พริกไทย และ กุ้งแห้ง นำมาโขรกให้ละเอียด หรือ นำมาปั่นในเคร่ื่องปั่น
-ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำ รากผักชี กระเทียม พริกไทย และ กุ้งแห้งบด ลงไปผัดให้หอมสุก
-จากนั้นใส่ห้วกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือ ลงไป ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
-ใส่สีแดงผสมอาหารลงไป จะได้น้ำกะทิสีแดง จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวขูดลงไปผัด โดยผัดให้เนื้อมะพร้าวขูดแห้ง
-นำไส้กุ้งมาพักให้เย็น ก็ได้ไส้กุ้งสำหรับนำมาห่อข้าวเหนียวแล้ว
-เริ่มทำข้าวเหนียวมูน โดย ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด จากนั้นนำมาแช่น้ำ 2 ชั่วโมง
-จากนั้นนำมานึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่ง 30 นาที ในระหว่างนั้นให้เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูน
-ตั้งหม้อต้ม นำหัวกะทิ ผสม น้ำตาล และ เกลือ โดยนำมาต้มเคี้ยวในไฟอ่อนๆ ให้น้ำกะทิ ออกสีเหลืองใส ร้อนๆ
-เมื่อน้ำกะทิ และ ข้าวเหนียวสุกได้ที่ตามเวลา ให้น้ำ ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ผสมกับน้ำกะทิร้อนๆ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน และ พักทิ้งไว้ ให้ข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิให้สุก
-พักเอาไว้ให้ข้าวเหนียวเย็น
-เตรียมใบตองสำหรับห่อข้าวเหนียว วางข้าวเหนียวก่อน 1 ชั้น ใส่ไส้ตรงกลาง และ วางข้าวเหนียวทับอีกชั้นหนึ่ง
-ห่อใบตอง เอาไม้กลัดกรัดให้แน่น
-นำข้าวเหนียวไปปิ้งให้ใบตองแห้งและออกไหม้ เพื่อให้ใบตองส่งกลิ่นหอม เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง
เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวปิ้งไส้กุ้ง

-ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวมูน ให้ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูเก่า ล้างให้สะอาดจนข้าวเหนียวใส
-การหุงข้าวเหนียวสำหรับมูนข้าวเหนียวสำหรับปิ้ง ให้แช่น้ำก่อน 2 ชั่วโมง และ นึ่ง 30 นาที โดยข้าวเหนียวสำหรับเมนูนี้ให้แช่น้ำแค่ 2 ชั่วโมง เพราะ เราต้องเอาข้าวเหนียวไปปิ้งต่อให้สุก จึงจะทำให้ข้าวเหนียวนุ่มหอมและสุกพอดี หากแช่น้ำแบบการนึ่งข้าวเหนียวทั่วไป คือ แช่ 1 คืน จะทำให้ข้าวเหนียวและเกินไป
-การมูนข้าวเหนียว ต้องมูนในขณะที่ ข้าวเหนียวและน้ำกะทิ ยังร้อนๆ จะทำให้ข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิ ให้หวานอร่อย หากทิ้งให้ข้าวเหนียวเย็น ข้าวจะไม่ดูดน้ำกะทิ ข้าวจะไม่หวาน
-การปิ้งข้าวเหนียว ต้องปิ้งให้ใบตองไหม้ ออกสีดำ จึงจะได้ความหอมของใบตอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…


มูสมะม่วง สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

มูสมะม่วง

มูสมะม่วง แต่ละสูตรเป็นอาหารขายดีตลาดนัด และขายดีตลาดออฟฟิศ ใครกำลังมองหาอาหารว่างทําง่ายขายคล่อง หรืออาหารว่างทําขายง่าย ๆ จดสูตรกันเลยค่ะ

มูสมะม่วง เมนูมูสผลไม้เหมาะสำหรับลูกค้าสาว ๆ ที่กำลังมองหาขนมหวานดูมีสุขภาพดี ขอยกตัวอย่างเมนูมูสมะม่วง สูตรนี้หวานหอมกลิ่นมะม่วงผสมผสานกับกล้วยหอม ยิ่งแช่เย็นยิ่งฟิน เหมาะสำหรับเป็นสูตรทำขนมขายหน้าร้อนอีกเมนูค่ะ นอกจากนี้แล้วยังมีมูสเค้กที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ด้วยนะคะ หน้าตาปังเว่อร์ !

► มูสมะม่วงกล้วยหอม
► โยเกิร์ตปีโป้มูสเค้ก
► มูสเค้กการ์ตูน

มูสมะม่วง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


มันเชื่อม ขนมไทยเชื่อมเนื้อเงาวับนิ่มหนึบหวานอร่อยไม่แคร์พุง

มันเชื่อม

มันเชื่อม  แค่เอ่ยปากก็อยากกินแล้ว เมนูขนมมันสำปะหลังเชื่อม เนื้อสีเหลืองสวยเหนียวหนึบ ราดกะทิตัดเลี่ยน แล้วเราจะอ้วนไปด้วยกัน

มันเชื่อม  ตอนนี้เริ่มเบื่อ ๆ เผือกเชื่อม ฟักทองเชื่อม และมันเทศเชื่อมแล้วล่ะ คงจะดีถ้ามีขนมไทยเชื่อม แบบอื่น ๆ บ้างเนอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมมันสำปะหลังเชื่อม หรือมันเชื่อม จับมันสำปะหลังต้มกับน้ำเชื่อมจนสุกและขึ้นเงา กินกับกะทิรสเค็ม ลองทำดูขั้นตอนไม่ยากเลยค่ะ

ส่วนผสม มันสำปะหลังเชื่อม

• มันสำปะหลัง 1 หัว
• น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
• น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)

ส่วนผสม กะทิสำหรับราด

• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

มันเชื่อม

วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

1. หั่นมันสำปะหลังเป็นท่อนสั้น ๆ ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด เตรียมไว้
2. ใส่น้ำตาลทรายลงในกระทะเทฟลอน (หรือกระทะทองเหลืองถ้ามี) ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ ใช้ไฟกลางเคี่ยวจนน้ำตาลทรายละลายหมด
3. เมื่อน้ำเชื่อมเดือดแล้วใส่มันสำปะหลังลงไปต้มจนมันเริ่มสุกบางส่วนแล้วลดเป็นไฟอ่อน จากนั้นเชื่อมมันไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดของมันสำปะหลังที่เราหั่น) จนน้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อมัน และเนื้อมันมีลักษณะใส ปิดไฟ พักไว้
4. ทำกะทิสำหรับราด โดยละลายแป้งข้าวโพดกับหัวกะทิเล็กน้อย ใส่เกลือป่นลงไปคนให้แป้งละลายหมดแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้นและเหนียว ปิดเตา พักไว้จนเย็น
5. ตักมันสำปะหลังเชื่อมใส่ถ้วย ราดด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


ลูกเดือยเปียก วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ลูกเดือยเปียก

ลูกเดือยเปียก มาต่อกันที่อีกเมนูขนมหวานขายเพื่อสุขภาพนั่นคือ ลูกเดือยเปียก เริ่มจากเอาลูกเดือยแห้งไปแช่น้ำจนนิ่มแล้ว

ลูกเดือยเปียก ต้มจนสุกบาน จากนั้นก็ใส่เผือกต้มสุก เติมน้ำตาลทรายและเกลือ เทน้ำแป้งข้าวโพดและใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน สุดท้ายราดกะทิ
ขนมไทยอร่อยจากธัญพืชที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์แน่นไม่แพ้ใคร เคี้ยวกรุบ ๆ กรอบ ๆ หวานอร่อย ทำง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง

เกาะกระแสการกินลูกเดือย (Job’s Tears) อีกหนึ่งธัญพืชที่มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง เต็มไปด้วยวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามิน A ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนแอ มีฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูกได้ และอีกมากมาย วันนี้กระปุกดอทคอมขอเสนอเป็นขนมหวานแบบไทย ๆ นั่นคือ  ให้ได้ลองทำกัน เคี้ยวกรุบ ๆ กรอบ ๆ หวานหอม ทำไม่ยากแอบมีประโยชน์แฝงไว้ด้วยนะ

ส่วนผสม

• ลูกเดือยแห้ง 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
• เผือกหั่นเต๋า (หรือธัญพืชอื่น ๆ ตามชอบ เช่น เม็ดบัว, ถั่วแดงต้มสุก, ฟักทอง)
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (ปรุงรส)
• แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อมะพร้าวอ่อน

ลูกเดือยเปียก

วิธีทำ

1. แช่ลูกเดือยในน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืนจนลูกเดือยเริ่มนิ่มขึ้น จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. นำลูกเดือยที่แช่น้ำแล้วไปต้มจนสุกและบานออก ประมาณ 10-15 นาที ใส่เผือกที่หั่นไว้ลงไปต้มจนสุกนิ่ม จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายหมด
3. พอน้ำตาลทรายละลายแล้ว ค่อย ๆ เทแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป คนจนส่วนผสมเริ่มเหนียวและใส จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคลุกให้เข้ากัน ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้สักครู่ให้ขนมเริ่มเช็ตตัว ตักใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดหน้า (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

• กะทิสำเร็จรูป 1/2 กล่อง
• เกลือป่น เล็กน้อย
• แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

• ต้มกะทิกับเกลือป่นในหม้อพอร้อน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไปคนผสมให้เข้ากันจนมข้น ยกลงจากเตา เตรียมไว้สำหรับราดหน้าลูกเดือยเปียก

ของดีมีประโยชน์ใครว่าจะทำยากกินยางเสมอไปเนอะ ถึงจะเป็นขนมหวานแบบไทย ๆ ชวนอ้วน แต่อย่างน้อย ๆ ก็ได้ประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้วย ถัว ๆ กันไปเนอะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


พัฟกล้วยเชื่อม สูตรกล้วยเชื่อม ขนมไทยหอมหวานนุ่มหนึบหลากสไตล์

พัฟกล้วยเชื่อม

พัฟกล้วยเชื่อม อยากชวนเพื่อน ๆ มาต่อยอดทำกล้วยเชื่อมเป็นไส้ขนมแบบเก๋ ๆ

พัฟกล้วยเชื่อม ขอนำเสนอเมนูพัฟกล้วยเชื่อม สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับกล้วยน้ำว้าเชื่อมแดงเป็นไส้ของแป้งพาย พอห่อสวยงามก็นำไปอบจนสุก

ส่วนผสม พัฟกล้วยเชื่อม

• กล้วยน้ำว้าเชื่อม 350 กรัม
• แป้งพัฟเพสตรีสำเร็จรูป 500 กรัม (แป้งพายชั้น)
• ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง
• น้ำตาลไอซิ่ง (สำหรับโรย)
• น้ำเปล่า
• พิมพ์กดรูปวงกลมขอบหยัก (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว)

ส่วนผสม กล้วยเชื่อม

• กล้วยน้ำว้าสุกห่าม 15 ลูก
• น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
• น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 100 กรัม
• น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
• น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่าผสมเกลือป่น สำหรับแช่ก

พัฟกล้วยเชื่อม

วิธีทำกล้วยเชื่อม

1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำว้าหั่นเป็นชิ้น ใส่ลงในน้ำเกลือ แช่พักไว้
2. ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย ลงในภาชนะ ตั้งไฟพอเดือด
3. ใส่กล้วยน้ำว้า น้ำมะนาว รอให้เดือดคอยช้อนฟองทิ้งจนหมด เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน 2-3 ชั่วโมงหรือจนกล้วยเป็นสีแดง มีลักษณะมันเงาจากตัวน้ำเชื่อมที่เคลือบกล้วย ยกลงพักไว้ให้เย็นสนิท

วิธีทำพัฟกล้วยเชื่อม

1. หั่นกล้วยน้ำว้าเชื่อม เป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
2. ใช้ไม้คลึงแป้งรีดแป้งพัฟเพสตรี ให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมโดยให้มีความหนาประมาณ 1/4 เซนติเมตร
3. ใช้พิมพ์กดแป้งให้หมด
4. ตักกล้วยน้ำว้าเชื่อมลงตรงกลางแผ่นแป้ง ทาขอบแป้งด้วยน้ำเปล่า จากนั้นประกบแป้งปิดให้สนิท
5. วางเรียงใส่ถาดอบที่ทาเนยขาว แล้วทาไข่ไก่บนหน้าขนมบาง ๆ จนทั่ว นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20-30 นาทีหรือจนสุกเหลือง นำออกจากเตาอบ แซะออกจากถาด พักไว้ ให้คลายความร้อน โรยน้ำตาลไอซิ่ง จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


ขนมไข่นกกระทา ขนมหวานรวมสูตรเด็ด พร้อมวิธีทำง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ขนมไข่นกกระทา

ขนมไข่นกกระทา มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ

ขนมไข่นกกระทา วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง

ส่วนผสม

* แป้งมัน 500 กรัม

* แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ

* มันเทศต้มจนสุก 800 กรัม

* น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ

* เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา

* งาขา (สำหรับโรยหน้า ตามความชอบ)

* น้ำปูนใสเล็กน้อย

* น้ำมันพืชสำหรับทอด

ขนมไข่นกกระทา

วิธีทำ

1. นำแป้งมัน, แป้งสาลี, น้ำตาลทราย, และเกลือผสมเข้าด้วยกัน

2. นำส่วนผสมในขั้นตอนที่หนึ่งไปผสมกับมันเทศนึ่ง จากนั้นใส่น้ำปูนใสลงไปนิดหน่อย ขยำส่วนผสมจนเข้ากันดี

จึงปั้นเป็นลูกกลมๆ

3. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำมันร้อนจึงใส่แป้งที่ปั้นไว้แล้วลงไปทอด คอยกลับสม่ำเสมอ อย่าให้ไหม้

4.. เมื่อสุกเหลืองดี ตักออกมาสะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น (โรยหน้าด้วยงาขาว) จึงเสริฟรับประทานได้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.the-than.com/