Browsing:

เดือน: เมษายน 2020

“ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” เปิดวิธีใหม่แห่งการทำเมนูตุ๋น

เด็กๆ

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย “ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” น่าจะเป็นที่โปรดปานสำหรับเด็กๆและทุกคนในบ้านอย่างแน่นอนเลยนะ เนียน นุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ ทุกคำ และได้ความหวานจากกระหล่ำปลีอีกด้วย

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย

ส่วนผสม

กะหล่ำปลี 1 หน่วย

-ไข่ไก่ 2 ฟอง

-กุ้งสด 3 – 5 ตัว

-แครอทหั่นชิ้นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ

-ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำซุป 6 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 – 2 ช้อนชา

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

-นำกะหล่ำปลีไปล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดคว้านตรงกลางให้เป็นช่องสำหรับใส่ไข่ตุ๋นลงไป เมื่อคว้านเสร็จแล้ววางใส่จานพักไว้

-มาเตรียมส่วนผสมของไข่ตุ๋นกันบ้าง โดยนำไข่มาตอกในชามผสม จากนั้นตีให้ขึ้นฟู

-เทน้ำซุป น้ำปลา ซีอิ๊วขาว พริกไทย และแครอทตามลงไปในชามผสมไข่ ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน

-นำส่วนผสมใส่ลงในกะหล่ำปลีที่คว้านกลางไว้ อย่าใส่จนล้นเกินไปเพราะไข่จะขึ้นฟูอีกเล็กน้อยเมื่อสุก จากนั้นวางกุ้งสด ต้นหอมและแครอทโรยหน้า

-นำไข่ตุ๋นกะหล่ำปลีไปนึ่งให้สุก โดยใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที

-เมื่อนึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้โรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยอีกเล็กน้อย ยกเสิร์ฟได้เลย

เทคนิคชวนอร่อย
*กะหล่ำปลีที่ถูกคว้านออกมา สามารถนำไปรับประทานหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารจานอื่น ๆ ได้
*วิธีการเลือกกะหล่ำปลี ให้เลือกหัวที่ความแน่นเพื่อไม่ให้ส่วนผสมของไข่ไหลออกมา
*วิธีการสังเกตุว่าไข่ตุ๋นสุกแล้วหรือไม่ ให้ใช้ส้อมจิ้มลงไปในไข่ ถ้าไม่มีน้ำไข่ดิบติดออกมา เป็นอันใช้ได้

นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ คุณแม่สามารถทำให้เด็กทานได้ทุกวันอย่างแน่นอน…


ขนมหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

เมนูหวานเย็นสดชื่น

เมนูหวานเย็นสดชื่น ดับคลายร้องของเดือนเมษาแบบนี้ ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยประโยชน์เยอะ ดีต่อสุขภาพของเรา ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ”

เมนูหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

ส่วนผสม

-น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วยตวง

-เฮฟวี่วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

-งาดำคั่วบด

วิธีทำ

-นำน้ำเต้าหู้ เฮฟวี่วิปปิ้งครีม งาดำคั่วบด น้ำตาลทราย และเกลือมาผสมรวมกัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนไปเรื่อย ๆ จนข้นเดือด จากนั้นยกลงจากเตา และพักไว้ให้เย็น

-เมื่อส่วนผสมเย็นลงแล้ว ให้เทใส่พิมพ์ แล้วปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นนำเข้าช่องแช่แข็ง รอให้ไอศกรีมจับตัวจนแข็ง

-เมื่อไอศกรีมจับตัวแข็งได้ที่แล้ว ให้นำออกจากตู้เย็นมาขูดด้วยส้อมตะกุย 2-3 รอบ หรือใช้เครื่องตีแบบมือถือ (Hand Mixer) ปั่นวน 15-20 นาที จนเนื้อเข้ากันมากขึ้น

-จากนั้นนำไอศกรีมกลับไปแช่แข็ง แล้วทำตามวิธีที่ 3 ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วนำเข้าแช่แข็งประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนละเอียดพร้อมตักทาน

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

-อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ในน้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ซีลีเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด และธาตุเหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เป็นต้น

-บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง น้ำเต้าหู้นั้นอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของกระดูกได้

-ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลและอีซูลันในน้ำเต้าหูนั้นมีน้อยกว่านมชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มแล้วจึงช่วยจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

– มีไขมันอิ่มตัวที่เหมาะสม น้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว 63% ไขมันอิ่มตัว 15% และไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยว 24% ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมตามร่างกายจนเป็นผลเสีย นอกจากนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic) และกรดไขมันอื่นๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้

นอกจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ยังมีอีกมาก ได้แก่ ช่วยลดอาการท้องผูก ลดอาการวัยทอง บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ และยังทำให้สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของงาดำ

-บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
สำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ การรับประทานงาดำสามารถลดอาการปวดได้ เพราะธาตุทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ทำให้อาการปวดลดลง นอกจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนนั้นสำคัญต่อการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน และหลอดเลือดให้แข็งแรง

-บำรุงผิวพรรณและกระดูก
งาดำขึ้นชื่อว่าเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น หากรับประทานเป็นประจำรับรองได้เลยว่ากระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ห่างไกลจากริ้วรอยแห่งวัย ดูเด็กลงได้อีกหลายปีเลย

-ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
สารเซซามินและสารเซซาโมลิน เป็นไฟเบอร์ในกลุ่มลิกแนน ที่มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นสารที่อุดมอยู่ในงาดำ นอกจากนี้ในงาดำก็ยังอุดมด้วยสารไฟโตสเตอรอล ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอล แต่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพ ซึ่งการรับประทานงาดำเข้าไปก็จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานงาดำไม่ให้เกินวันละ 10-15 กรัม เพราะงาดำเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานจากไขมันค่อนข้างมากนะคะ

-บำรุงหัวใจ
เพราะงาดำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง

-ป้องกันโรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นเต็มเมล็ดงาดำ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้งาดำกลายเป็นอาหารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ เพราะไฟเบอร์ที่อยู่ในงาดำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ก็ลดลง นอกจากนี้สารเซซามินที่มีอยู่ในงาดำก็ยังช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระไปทำลายตับ และเมื่อตับสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็จะไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั่นเอง แต่ทั้งนี้เอง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องรับประทานในปริมาณที่พอดีจะดีที่สุดค่ะ

-ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
แม้จะเป็นเพียงธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่งาดำก็อุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องท้องผูกไปได้เลยล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายลองหางาดำมารับประทานกันดูนะคะ

-บรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน
กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนถือเป็นปัญหาของคุณสาว ๆ หลายคน เพราะทำให้อารมณ์แปรปรวน หรือเกิดอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว นอนไม่หลับ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ถ้าอยากจะลดอาการเหล่านี้แนะนำให้รับประทานงาดำค่ะ เพราะงาดำอุดมไปด้วยวิตามินบี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี …


“กล้วยเชื่อม” ขนมหวานทรงโปรด ในหลวง รัชกาลที่ ๙

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานจานโปรด ทำง่าย “กล้วยเชื่อม” อีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย หากใครต้องการลองทำทานเองที่บ้าน ไปดูส่วนผสมและก็วิธีทำกันเลย

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย

ส่วนผสม

-น้ำตาลทราย 400 กรัม

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

-เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

-กล้วยห่าม 8-10 ผล

วิธีทำ

-นำกระทะทองเหลืองหรือหม้อไปตั้งบนไฟอ่อน จากนั้นผสมน้ำตาลทราย น้ำเปล่า และน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสม ทุกอย่างเข้ากันดี

-นำกล้วยที่ปอกแล้วลงไปเชื่อมต่อจนกล้วยสุกทั่ว โดยสังเกตว่าผิวกล้วยจะใส ฉ่ำ และเป็นเงา จากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟไว้

-ทำน้ำราดหน้าโดยผสมน้ำกะทิกับเกลือป่นเข้าด้วยกัน นำไปตั้งบนไฟอ่อน ๆ สักพัก คนเบา ๆ ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน

-ก่อนจะเสิร์ฟ ให้ราดน้ำกะทิบนกล้วยที่เชื่อม แล้วสามารถเสิร์ฟทั้งขณะร้อนหรือเย็นได้เลย

ประโยชน์ของกล้วย

เป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดีที่อุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติมากถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส นอกจากนี้ยังมีเส้นใย กากอาหาร และยังมีแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตได้อีกด้วย

-แก้อาการนอนไม่หลับ

-บรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวารและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

-รักษาโรคโลหิตจาง

-บรรเทาโรคกระเพาะอาหาร

-แก้อาการท้องเสีย

-ช่วยชะลอความแก่

-ช่วยลดน้ำหนัก…


“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ ด้วยสูตร “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เมนูดีๆที่หลายๆคนหลงเสน่ห์ จานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร วิธีการทำจะง่ายสักแค่ไหน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง”

ส่วนผสม

-เนื้อวัวสามชั้น 1 กิโลกรัม

-ชุดเครื่องตุ๋น 1 ชุด

-กระเทียม 10 กลีบ

-แครอท 1 หัว

-พริกไทยดำเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว 1-4 ถ้วย

-ซอสปรุงรส 1-4 ถ้วย

-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ใส่น้ำในหม้อแล้วตั้งไฟกลางรอให้น้ำเดือดจัด แล้วใส่ เนื้อสามชั้น ลงไปตามด้วยเกลือที่จะช่วยดับความคาวของเนื้อ

-จากนั้นใส่ ชุดเครื่องตุ๋น กระเทียม พริกไทยดำเม็ดลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ด้วยไฟกลาง

-ปรุงรสให้น้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาล เคี่ยวทิ้งไว้จนกว่าเนื้อจะเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20 – 40 นาที

-เติมสีสันให้กับเนื้อตุ๋นทรงเครื่องถ้วยนี้ด้วย แครอท หั่นชิ้น

-เสิร์ฟใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อยช่วยเติมความหอมและน่าทาน

เคล็ดลับ
วิธีง่ายๆช่วยขจัดกลิ่นคาวเนื้อวัว หลายคนที่ทำอาหารอาจเคยประสบพบปัญหาในการปรุงรสออกมาไม่ได้ตามต้องการถึงแม้ว่าจะทำตามสูตรทุกขั้นตอนและตาม บางทีอาจเป็นเพราะว่ากลิ่นคาวที่ติดมากับเนื้อวัวทำให้รสชาติอาจออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับในการดับกลิ่นคาวเนื้อมาฝากกัน สำหรับเนื้อวัวนั้นถ้าหากซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แนะนำให้หั่นแบ่งใส่กล่องหรือถุงพลาสติกเอาไว้เมื่อนำมาใช้ประกอบอาหารให้แช่น้ำส้มสายชูไว้โดยประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด หรือจะลองเป็นน้ำผสมเกลือ แต่ว่าบางบ้านบางทีอาจใช้น้ำซาวข้าวที่เชื่อกันว่าจะช่วยทำให้เนื้อสัตว์สดและสะอาดดับกลิ่นคาวได้ดี

และ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” ถ้วยนี้ไม่ว่าจะทานคู่กับข้าวหรือเพิ่มเติมเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป บอกได้เลยว่านี่แหล่ะความสุขง่ายๆที่ทำทานเองได้ที่บ้าน จะเป็นมื้อเช้า กลางวันหรือเย็น ก็อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าคุณไม่ใช่สายเนื้อ เมนูนี้เราปรับจากเนื้อวัว เป็นเนื้อหมูก็อร่อยได้เช่นกันค่ะ…


“กุ้งอบเกลือ” เมนูคนชอบการกินกุ้ง ต้องจานนี้

แซ่บๆ

ใครที่ชื่นชอบการกินกุ้งอยู่แล้ว จะต้องไม่พลาดเมนู “กุ้งอบเกลือ” เลยนะค่ะ กุ้งอบเกลือนับว่าเป็น เมนูง่ายๆ ที่ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมากมาย ขอเพียงแค่คุณมีกุ้งสดๆ บวกกับน้ำจิ้ม แซ่บๆ รับรองว่า มื้อนี้ไม่ผิดหวัง แน่นอน

“กุ้งอบเกลือ”  แซ่บๆ เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจี๊ด

ส่วนผสม

-กุ้งขาว 500 กรัม

-เกลือเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนู 10 เม็ด

-กระเทียม 5 กลีบ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

-รากผักชี 1 ราก

-น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำกุ้งขาวมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งไว้สักพัก

-ตั้งกระทะก้นแบน นำกุ้งมาวางเรียงในกระทะ จากนั้นโรยเกลือเม็ดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป

-นำฝามาปิดกระทะ เปิดไฟแรง พอกุ้งเริ่มสุกแล้วให้เขย่า ๆ กระทะ หรือเปิดฝาคนกุ้งให้ทั่ว

-เสร็จแล้วนำกุ้งจัดเรียงใส่จานได้เลยค่ะ ส่วนน้ำกุ้งที่อยู่ในกระทะให้นำมาตักราดกุ้งเพื่อเพิ่มความหอมอร่อย

-ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดโดย ตำพริก กระเทียม รากผักชี ให้พอหยาบ แล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่น ชิมให้ได้รสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อม กุ้งอบเกลือได้เลย

เคล็ดลับของเมนู

***กุ้งที่นำมาใช้ควรเป็นกุ้งขาวสด ๆ ที่ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้หอมอร่อยกำลังดี

***เวลาอบกุ้งควรใช้ไฟแรงเนื่องจาก การเปิดไฟแรงจะทำให้เปลือกกุ้งมีกลิ่นไหม้นิด ๆ ช่วยทำให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภายในเวลาไม่กี่นาทีคุณแม่บ้านก็สามารถเสกเมนูจานอร่อยอย่าง “กุ้งอบเกลือ” ได้แล้ว…


แซ่บ จี๊ด จ๊าด “ยำแมงกะพรุน” อร่อยดัง กรุบ ๆ

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน” อาหารเรียกน้ำย่อย แซ่บจี๊ดจ๊าด ชวนเคี้ยวกรุบ ๆ รสชาติจัดจ้าน ที่อยากให้ลองทำตามกันดู ใครที่ชื่นชอบแมงกะพรุนกันอยู่แล้ว บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เรามาดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน”

ส่วนผสม

-แมงกะพรุน 400 กรัม

-หมูสับ 100 กรัม

-วุ้นเส้น 1 กำมือ

-มะเขือเทศ 2 – 3 ลูก

-พริกแดง 6 – 7 เม็ด

-หอมแดง 1 – 2 ลูก

-มะนาว 2 ลูก

-น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ก่อนอื่นเลย เราจะนำแมงกะพรุนมาล้างให้หมดความเค็ม ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมค่อนข้างนาน อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะ ทีนี้พอเราล้างแมงกะพรุนเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดี ๆ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดให้พอสะดุ้ง หากลวกนานแมงกะพรุนอาจจะเหนียวได้

-จากนั้นหั่นมะเขือเทศ ตำพริกแดงให้พอหยาบ และซอยหอมแดงเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้ แล้วนำหมูสับกับวุ้นเส้นไปลวกในน้ำเดือดให้สุก แล้วตักขึ้นมาพักไว้

-หลังจากนั้นเตรียมชามผสม แล้วใส่หมูสับ วุ้นเส้น มะเขือเทศ หอมแดง พริก และผักชีลงไป

-ปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว จากนั้นคลุกส่วนผสมและเครื่องปรุงให้เข้ากัน

-ใส่แมงกะพรุนปิดท้าย แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นตักใส่จานให้เรียบร้อย โรยหน้าด้วยผักชีด้านบน เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับการทำแมงกะพรุนให้หมดเค็ม
ใครที่ลองทำเมนูแมงกะพรุนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมงกะพรุนที่เราซื้อมา จะมีรสชาติเค็มปี๋แบบสุด ๆ ซึ่งเมื่อบางคนไม่รู้ จึงล้างน้ำแค่เพียง 2 – 3 รอบ ก่อนนำไปทำอาหาร พอเอาไปปรุงอาหารจริง ๆ กลับกลายเป็นกินไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีที่จะช่วยล้างให้แมงกะพรุนหมดเค็มอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยตาม 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1
นำแมงกะพรุนไปแช่ในน้ำราว ๆ 5 – 6 ชั่วโมง โดยในระหว่างนั้นให้เปลี่ยนน้ำสัก 2 – 3 น้ำ

วิธีที่ 2
วิธีนี้เราจะใช้ “หมาก” ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เค้าเอาไว้เคี้ยวกับปูนนั่นแหละมาช่วยลดความเค็ม โดยเราจะนำลูกหมากมาผ่าซีก หรือใช้น้ำคั้นจากเนื้อหมากก็ได้ ใส่ลงไปผสมกับน้ำที่แช่แมงกะพรุน แล้วทิ้งเอาไว้สัก 1 – 2 ชั่วโมง รับรองว่าแมงกะพรุนหายเค็มแน่นอน!

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูยำแมงกะพรุนสุดแซ่บ เมนูกินเล่นที่รับรองว่าหลายคนต้องติดใจแน่นอน ถ้าใครชื่นชอบ อย่าลืมนำไปทำตามกันดูนะ ส่วนใครที่เริ่มเปรี้ยวปากกันแล้ว…


“อกไก่ลุยสวน” เมนูสายคลีน สูตรนี้แซ่บไปพร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

เมนูคลีนแบบแซ่บ

เมนูคลีน ๆ เราอาจจะนึกถึงแต่เมนูจืดชืด ที่ทำให้อรรถรสในการกินลดลงไปเป็นกอง แต่จริง ๆ แล้ว เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ ก็มีอยู่เยอะไป หนึ่งในนั้นก็คือเมนู “อกไก่ลุยสวน” ที่ได้รสชาติจากผักสด ๆ แสนโปรดปรานกับเนื้ออกไก่ที่นำไปผัดให้ได้รสชาติ พร้อมกับน้ำจิ้มสุดแซ่บ

เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ พร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

สูตรนี้แอบฉกมาจากพี่สาวคนสนิท ที่นางแอบกระซิบมาว่าเมนูนี้ทำเองได้ง่าย ๆ ใครจะกินคลีนไม่คลีน ก็สามารถอร่อยได้เหมือนกัน ว่าแล้วเรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม

-เส้นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1/2 กิโลกรัม

-เนื้ออกไก่ 100 กรัม

-เห็ดหอมสด 50 กรัม

-แครอทขนาดกลาง 2 หัว

-ผักกาดหอม 2 หัว

-ใบโหระพา 5 – 6 ต้น

-น้ำมันหอยแบบโซเดียมต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาวแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

-น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนชา

-พริกไทยดำเล็กน้อย

-เกลือป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำจิ้มลุยสวน

-น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย

-ใบสะระแหน่ 1 1/2 ถ้วย

-ใบโหระพา 1 ถ้วย

-รากผักชีสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนูสวนสีเขียว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลาแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำผักต่าง ๆ ไปล้างให้สะอาดแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกแครอทให้เรียบร้อย จากนั้นนำเห็ด และแครอท มาหั่นเป็นชิ้นเต๋าขนาดเล็ก แล้วพักไว้

-ล้างอกไก่ให้เรียบร้อย เลาะเอาหนังออก จากนั้นก็หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้สำหรับผัดไส้

-ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำเนื้อไก่ลงไปผัดให้เริ่มสุก จากนั้นใส่แครอทและเห็ดหอม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำผึ้ง จากนั้นผัดส่วนผสมให้เข้ากันจนน้ำแห้ง ก็ตักขึ้นพักไว้ในถ้วยได้เลย

-มาถึงกระบวนการห่อไส้กันเลยดีกว่า ก่อนอื่นแผ่เส้นก๋วยเตี๋ยวบนเขียงรอง แล้ววางผักกาดหอมกับใบโหระพาลงไป ถ้าผักกาดหอมแผ่นใหญ่มาก ให้ฉีกครึ่งใบสำหรับลุยสวนหนึ่งชิ้นแทน ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนกินข้าว แล้วห่อด้วยการม้วนหรือพับเป็นเหลี่ยมก็ได้ตามถนัด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วจัดวางใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวน

วิธีทำน้ำจิ้ม “อกไก่ลุยสวน”

-ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง และน้ำปลา จากนั้นเคี่ยวส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน แล้วปิดเตา

-เมื่อส่วนผสมของน้ำส้มสายชูเย็นแล้ว เราก็นำไปปั่นรวมกับ ใบสะระแหน่ ใบโหระพา รากผักชีสับ กระเทียมสับ พริกขี้หนู น้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากันอย่างละเอียด แล้วตักใส่ถ้วยได้เลย

เสร็จแล้วกับเมนูคลีน ๆ แสนแซ่บอย่าง “อกไก่ลุยสวน” ที่ให้คุณอร่อยกับเมนูสุขภาพได้อย่างมีรสชาติ งานนี้สายสุขภาพจะอยู่เฉยได้ไง…


เมนูอร่อยระดับภัตตาคาร “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง”

พาสต้าแบบอิตาเลียน

อร่อยระดับภัตตาคารที่ใครๆ ก็ทำทานเองได้ กับ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” ด้วยการผสมผสานอาหาร 2 สไตล์ ระหว่าง พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เสริมทัพด้วยวัตถุดิบชั้นดีอย่างเนื้อน่องลาย บอกเลยว่าน่าทาน ชวนให้น้ำลายไหลสุดๆ ด้วยรสชาติและความหอมแบบถึงเครื่องของพริกแกงมัสมั่น รับรองอร่อยถูกปากสไตล์คนไทย วิธีทำง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถทำทานกับคนพิเศษได้เองที่บ้าน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วตามไปดูวิธีทำพร้อมๆ กันเลย

พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ

ส่วนผสมเส้น

-เส้นพาสต้า เกลือ1/2ช้อนชา

ส่วนผสมซอสคลุก

-นมสด1ถ้วย

-พริกแกงมัสมั่น2ช้อนโต๊ะ

-หอมหัวใหญ่สับ1หัว

-น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ

-เกลือนิดหน่อย

-น้ำมะขามเปียก1ช้อนโต๊ะ

-เนื้อน่องลายชิ้นบาง

-ถั่วลันเตา1/2ถ้วย

-พาร์สลีย์

วิธีทำส่วนเส้น

-ตั้งกระทะต้มน้ำ โดยใส่เกลือลงไปเล็กน้อย

-พอน้ำเริ่มร้อนนำเส้นลงไปต้มใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที​

-พอเส้นสุก ตักเส้นมาใส่น้ำเย็นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำมาใส่ตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำ​

-ให้นำเส้นไปคลุกกับเนย แล้วพักไว้​

วิธีทำซอสคลุก

-ใส่นมสดลงกระทะเล็กน้อย แล้วตามด้วยพริกแกงมัสมั่น ผัดจนพริกแกงแตกมัน​

-ใส่หอมหัวใหญ่สับ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน​

-นำนมสดที่เหลือมาใส่ รอจนพริกแกงเริ่มเดือดใส่เนื้อน่องลาย​

-ใส่ถั่วลันเตา ผัดพอสุกแล้วรีบปิดไฟ (เพื่อไม่ให้เนื้อสุกเกินไปจนเหนียว)​

-นำเส้นพาสต้าที่พักไว้มาผัดกับซอสให้เข้ากัน

-คลุกเคล้าให้เข้ากัน​

-นำทั้งหมดจัดลงจาน ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์ เพียงเท่านี้ก็ได้ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟ อาจจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบดก็ได้

พริกแกงมัสมั่นถือเป็นตัวชูโรงของเมนูฟิวชั่นในครั้งนี้ ด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่หอมติดจมูก รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดมากเกินไป ทำให้มัสมั่นเป็นที่ชื่นชอบหรือเมนูโปรดของใครหลายคน รู้หรือไม่ว่าพริกแกงมัสมั่นนั้นนอกจากจะอร่อยถูกปากแล้ว เครื่องเทศในพริกแกงนี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการคลื่นไส้, หัวหอมแขก ช่วยแก้หวัดและคัดจมูก, น้ำมะขามเปียกเป็นยาระบายอ่อนๆ, ยี่หร่า ช่วยขับลมและขับเสมหะ, กานพลู แก้ปวดท้อง จุกเสียด, พริกไทย ช่วยขับลม, ขิง แก้ท้องอืด บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ, ลูกจันทร์ บำรุงตับ ปอด และลดไขมันในเลือด, ลูกกระวาน แก้อาการอาหารไม่ย่อย สรรพคุณจากเครื่องเทศเหล่านี้ ถือเป็นอีกเสน่ห์ของอาหารไทย สำหรับใครที่อยากทำเมนูฟิวชั่นอร่อยระดับภัตตาคารอย่างนี้ทานที่บ้านกับคนพิเศษแล้วล่ะก็…