มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมไทย ขนมไทย เมนูมันเชื่อม ขนมไทยโบราณ

มันสำปะหลังเชื่อม

มันสำปะหลังเชื่อม วิธีทำมันเชื่อม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย

มันสำปะหลังเชื่อม สูตรขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม สูตรมันเชื่อม ความอร่อยของมันเชื่อม

ขนมไทย เมนูยอดนิยม มีหลายประเภท ซึ่ง ขนมไทย เมนูเชื่อม เป็น การนำเอา น้ำตาลมาต้มให้ละลาย และนำมาต้มกับส่วนผสมต่างๆ ให้น้ำตาลซึมเข้าวัตถุดิบ เกิดความหวานถึงเนื้อในของวัตถุดิบ ขนมมันเชื่อม หรือ มันเชื่อมเป็น หนึ่งใน ขนมไทยยอดนิยม วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม มันเชื่อมทำอย่างไร ขนมไทย ทำอย่างไร ขนมหวานไทย เทคนิคการทำมันเชื่อม ทำมันเชื่อมอย่างไรถึงอร่อย ความอร่อยของมันเชื่อม สูตรขนมไทย เมนูเชื่อม ขนมมันเชื่อม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย i99bet เหมาะสำหรับคนชอบ ทำขนมหวาน เมนูอาหารสำหรับวันนี้ เอาเป็น ของหวาน ก็แล้วกัน

ส่วนผสมสำหรับทำมันสำปะหลังเชื่อม

-มันสำปะหลัง 2 หัว ปลอกเปลือก และ หั่นเป็นชิ้นพอคำ
-น้ำตาล 1 กิโลกรัม
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-เกลือ 2 ช้อนชา
-แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต้ะ ( นำมาละลายน้ำ )
-หัวกะทิ 1 ถ้วย

มันสำปะหลังเชื่อม
วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

-เตรียมหัวกะทิ โดย นำ หัวกะทิ มาต้มกับ แป้งข้าวโพด และ เกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้ หัวกะทิ ออกจะเหนียว จากนั้นนำมาพักไว้ก่อนรอทานกับมันเชื่อม
-นำ มันสำปะหรัง ไปนึ่งให้สุกก่อน จากนั้นนำออกมาพัก
-เคี่ยวน้ำตาล และ น้ำเปล่า เติมเกลือลงไป 1 ช้อนชา จากนั้นนำ หัวมัน ลงไปต้มกับ น้ำเชื่อม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ สังเกตุจนน้ำเขื่อมเริ่มงวดและน้ำเชื่อมซึมเข้าไป เนื้อมัน จนทั่ว ก็เป็นอันเสร็จ
-เสริฟ มันเชื่อม พร้อมด้วย หัวกะทิ
เคล็ดลับการทำมันเชื่อม

-มันสัมปะหรัง การเลือกมันสัมปะหรัง ที่เหมาะสำหรับทำ ขนมมันเชื่อม ต้องเลือก มันสัมปะหรังขนาดพอดี ไม่เล็ก หรือ ใหญ่เกินไป เนื่องจาก หากเล็กเกินไป มันจะเละง่าย หากใหญ่เกินไป น้ำเชื่อมจะไม่ทั่วเนื้อมันสัมปะหรัง
-น้ำตาล สำหรับทำมันสัมปะหรังเชื่อม นั้นใช้ น้ำตาลทราย ซึ่ง น้ำตาลทราย เหมาะสำหรับนำมาทำ ขนมหวาน เมนูเชื่อม
-น้ำเชื่อม นั้นต้องผสมเกลือด้วย เนื่องจากเกลือจะช่วยให้น้ำเชื่อมมีความกลมกล่อมมากขึ้น
-กะทิ ให้ผสมแป้งมันด้วย เนื่องจากกะทิจะมีความค้นๆ ทำให้เพิ่ม ความอร่อยของกะทิ การเคี้ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวให้ แป้งมันละลาย หรือ สามารถใช้การนำแป้งมันแช่น้ำ ให้แป้งอิ่มน้ำก่อนนำมาต้มกับ กะทิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *