ดูบอลออนไลน์ นาโปลี อัพเดทบอลทุกลีก

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี

 

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี ดูถ่ายทอดสด ฟุตบอล

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลโลก 2018 ฟรี ดูบอลพรีเมียร์ลีก บอลย้อนหลัง ดูบอลไทยสด ดูบอลไทยวันนี้ บอลไทย ดูบอลสดแมนยู ดูบอลไทย

ดูบอลออนไลน์ นรก6เมตร ดูบอลสดออนไลน์ฟรี ดูบอลสดคืนนี้ได้ทุกคู่ ทุกลีก พรีเมียร์ลีก ลาลีกา ไทยลีก ยูฟ่า ดูแมนยู ดูลิเวอร์พูล พร้อมตารางถ่ายทอดสดกีฬาชนิดอื่นๆมากมาย ดูได้จริง

ดูบอลออนไลน์ นอริช


เมี่ยงปลาช่อนเผา เมนูเด็ด ถูกปากทุกคน ทุกภาค

เมี่ยงปลาช่อนเผา

เมี่ยงปลาช่อนเผา เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงไม่มากและมี ขั้นตอนการทำก็ไม่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขอให้เลือกปลาช่อนที่สดใหม่ เมนูนี้ก็อร่อยเด็ดถูกปากกับทุกคนแล้วจ้ะ วันนี้เราเอาสูตรพร้อมน้ำจิ้มเด็ดๆมาฝาก มาดูกันเลย

เมี่ยงปลาช่อนเผา

ส่วนผสม

  • ปลาช่อน ขนาด 1 กก.
  • ตะไคร้ 3 หัว
  • เกลือ
  • แป้งสาลี
  • ผักกาดขาว
  • ผักชีฝรั่ง
  • ผักกาดหอม
  • เส้นขนมจีน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

  • พริกขี้หนูสวนสีแดง 100 กรัม
  • กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม
  • รากผักชี 3 ราก
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม

  • โขลกพริกขี้หนูสวนรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำกระเทียมดองและน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้รสที่กลมกล่อมตามชอบ

วิธีทำ

  • ล้วงไส้ปลาออก ล้างปลาให้สะอาด ใช้เกลือทาให้ทั่วผิวปลาแล้วก็ล้างน้ำออกเพื่อกำจัดมูกแล้วก็กลิ่นคาว
  • บุบหัวตะไคร้แค่พอแตก แทงตะไคร้ผ่านปากปลาจนกระทั่งสุด
  • ผสมเกลือกับแป้งสาลีนิดหน่อย เอามาทาให้ทั่วตัวปลา
  • ตั้งเตาถ่านไฟกลาง ค่อยๆปิ้งให้ทั่วด้าน ราวๆ 50 นาที หรือจนกระทั่งเนื้อปลาสุกสังเกตจากแป้งเกลือที่อยู่รอบตัวปลาเริ่มไหม้
  • ยกปลาออกมาจากเตา ทานคู่กับผักเคียง เส้นขนมจีน รวมทั้งน้ำจิ้มแจ่ว

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูแนะนำสำหรับตนที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูอาหารเชิญชวนหิวที่แนนจะเชิญชวนเพื่อนพ้องๆมาลงมือกระทำวันนี้มีชื่อว่าฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ค่ะ รสเผ็ด หวาน หอม มันครบรสเลยคะ คนไหนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถทำทานได้ด้วย

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ไข่ไก่ 3 ชิ้น
  • พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 0.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • หั่นเต้าหู้ไข่ไก่ ชิ้นเท่าๆกัน หลังจากนั้นนําไปย่างในกระทะให้ ขึ้นสี นําใส่จานแล้วพักไว้
  • ผัดพริกแกงแดงให้สุก เพิ่มเติมนมข้นจืดลงไป แต่งรสด้วยน้ําปลา น้ําตาล ปี๊บ คนจะกว่าจะเข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา ใบมะกรูดซอย และก็พริกชี้ฟ้าแดง
  • นําแกงฉู่ฉี่ราดบนเต้าหู้ไข่ในจาน โรยตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยแล้วก็ พริกชี้ฟ้าแดงให้เกิดความสวยงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

“ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” เปิดวิธีใหม่แห่งการทำเมนูตุ๋น

เด็กๆ

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย “ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” น่าจะเป็นที่โปรดปานสำหรับเด็กๆและทุกคนในบ้านอย่างแน่นอนเลยนะ เนียน นุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ ทุกคำ และได้ความหวานจากกระหล่ำปลีอีกด้วย

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย

ส่วนผสม

กะหล่ำปลี 1 หน่วย

-ไข่ไก่ 2 ฟอง

-กุ้งสด 3 – 5 ตัว

-แครอทหั่นชิ้นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ

-ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำซุป 6 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 – 2 ช้อนชา

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

-นำกะหล่ำปลีไปล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดคว้านตรงกลางให้เป็นช่องสำหรับใส่ไข่ตุ๋นลงไป เมื่อคว้านเสร็จแล้ววางใส่จานพักไว้

-มาเตรียมส่วนผสมของไข่ตุ๋นกันบ้าง โดยนำไข่มาตอกในชามผสม จากนั้นตีให้ขึ้นฟู

-เทน้ำซุป น้ำปลา ซีอิ๊วขาว พริกไทย และแครอทตามลงไปในชามผสมไข่ ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน

-นำส่วนผสมใส่ลงในกะหล่ำปลีที่คว้านกลางไว้ อย่าใส่จนล้นเกินไปเพราะไข่จะขึ้นฟูอีกเล็กน้อยเมื่อสุก จากนั้นวางกุ้งสด ต้นหอมและแครอทโรยหน้า

-นำไข่ตุ๋นกะหล่ำปลีไปนึ่งให้สุก โดยใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที

-เมื่อนึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้โรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยอีกเล็กน้อย ยกเสิร์ฟได้เลย

เทคนิคชวนอร่อย
*กะหล่ำปลีที่ถูกคว้านออกมา สามารถนำไปรับประทานหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารจานอื่น ๆ ได้
*วิธีการเลือกกะหล่ำปลี ให้เลือกหัวที่ความแน่นเพื่อไม่ให้ส่วนผสมของไข่ไหลออกมา
*วิธีการสังเกตุว่าไข่ตุ๋นสุกแล้วหรือไม่ ให้ใช้ส้อมจิ้มลงไปในไข่ ถ้าไม่มีน้ำไข่ดิบติดออกมา เป็นอันใช้ได้

นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ คุณแม่สามารถทำให้เด็กทานได้ทุกวันอย่างแน่นอน…


ขนมหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

เมนูหวานเย็นสดชื่น

เมนูหวานเย็นสดชื่น ดับคลายร้องของเดือนเมษาแบบนี้ ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยประโยชน์เยอะ ดีต่อสุขภาพของเรา ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ”

เมนูหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

ส่วนผสม

-น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วยตวง

-เฮฟวี่วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

-งาดำคั่วบด

วิธีทำ

-นำน้ำเต้าหู้ เฮฟวี่วิปปิ้งครีม งาดำคั่วบด น้ำตาลทราย และเกลือมาผสมรวมกัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนไปเรื่อย ๆ จนข้นเดือด จากนั้นยกลงจากเตา และพักไว้ให้เย็น

-เมื่อส่วนผสมเย็นลงแล้ว ให้เทใส่พิมพ์ แล้วปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นนำเข้าช่องแช่แข็ง รอให้ไอศกรีมจับตัวจนแข็ง

-เมื่อไอศกรีมจับตัวแข็งได้ที่แล้ว ให้นำออกจากตู้เย็นมาขูดด้วยส้อมตะกุย 2-3 รอบ หรือใช้เครื่องตีแบบมือถือ (Hand Mixer) ปั่นวน 15-20 นาที จนเนื้อเข้ากันมากขึ้น

-จากนั้นนำไอศกรีมกลับไปแช่แข็ง แล้วทำตามวิธีที่ 3 ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วนำเข้าแช่แข็งประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนละเอียดพร้อมตักทาน

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

-อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ในน้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ซีลีเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด และธาตุเหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เป็นต้น

-บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง น้ำเต้าหู้นั้นอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของกระดูกได้

-ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลและอีซูลันในน้ำเต้าหูนั้นมีน้อยกว่านมชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มแล้วจึงช่วยจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

– มีไขมันอิ่มตัวที่เหมาะสม น้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว 63% ไขมันอิ่มตัว 15% และไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยว 24% ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมตามร่างกายจนเป็นผลเสีย นอกจากนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic) และกรดไขมันอื่นๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้

นอกจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ยังมีอีกมาก ได้แก่ ช่วยลดอาการท้องผูก ลดอาการวัยทอง บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ และยังทำให้สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของงาดำ

-บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
สำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ การรับประทานงาดำสามารถลดอาการปวดได้ เพราะธาตุทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ทำให้อาการปวดลดลง นอกจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนนั้นสำคัญต่อการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน และหลอดเลือดให้แข็งแรง

-บำรุงผิวพรรณและกระดูก
งาดำขึ้นชื่อว่าเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น หากรับประทานเป็นประจำรับรองได้เลยว่ากระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ห่างไกลจากริ้วรอยแห่งวัย ดูเด็กลงได้อีกหลายปีเลย

-ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
สารเซซามินและสารเซซาโมลิน เป็นไฟเบอร์ในกลุ่มลิกแนน ที่มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นสารที่อุดมอยู่ในงาดำ นอกจากนี้ในงาดำก็ยังอุดมด้วยสารไฟโตสเตอรอล ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอล แต่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพ ซึ่งการรับประทานงาดำเข้าไปก็จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานงาดำไม่ให้เกินวันละ 10-15 กรัม เพราะงาดำเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานจากไขมันค่อนข้างมากนะคะ

-บำรุงหัวใจ
เพราะงาดำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง

-ป้องกันโรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นเต็มเมล็ดงาดำ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้งาดำกลายเป็นอาหารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ เพราะไฟเบอร์ที่อยู่ในงาดำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ก็ลดลง นอกจากนี้สารเซซามินที่มีอยู่ในงาดำก็ยังช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระไปทำลายตับ และเมื่อตับสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็จะไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั่นเอง แต่ทั้งนี้เอง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องรับประทานในปริมาณที่พอดีจะดีที่สุดค่ะ

-ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
แม้จะเป็นเพียงธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่งาดำก็อุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องท้องผูกไปได้เลยล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายลองหางาดำมารับประทานกันดูนะคะ

-บรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน
กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนถือเป็นปัญหาของคุณสาว ๆ หลายคน เพราะทำให้อารมณ์แปรปรวน หรือเกิดอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว นอนไม่หลับ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ถ้าอยากจะลดอาการเหล่านี้แนะนำให้รับประทานงาดำค่ะ เพราะงาดำอุดมไปด้วยวิตามินบี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี …


“กล้วยเชื่อม” ขนมหวานทรงโปรด ในหลวง รัชกาลที่ ๙

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานจานโปรด ทำง่าย “กล้วยเชื่อม” อีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย หากใครต้องการลองทำทานเองที่บ้าน ไปดูส่วนผสมและก็วิธีทำกันเลย

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย

ส่วนผสม

-น้ำตาลทราย 400 กรัม

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

-เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

-กล้วยห่าม 8-10 ผล

วิธีทำ

-นำกระทะทองเหลืองหรือหม้อไปตั้งบนไฟอ่อน จากนั้นผสมน้ำตาลทราย น้ำเปล่า และน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสม ทุกอย่างเข้ากันดี

-นำกล้วยที่ปอกแล้วลงไปเชื่อมต่อจนกล้วยสุกทั่ว โดยสังเกตว่าผิวกล้วยจะใส ฉ่ำ และเป็นเงา จากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟไว้

-ทำน้ำราดหน้าโดยผสมน้ำกะทิกับเกลือป่นเข้าด้วยกัน นำไปตั้งบนไฟอ่อน ๆ สักพัก คนเบา ๆ ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน

-ก่อนจะเสิร์ฟ ให้ราดน้ำกะทิบนกล้วยที่เชื่อม แล้วสามารถเสิร์ฟทั้งขณะร้อนหรือเย็นได้เลย

ประโยชน์ของกล้วย

เป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดีที่อุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติมากถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส นอกจากนี้ยังมีเส้นใย กากอาหาร และยังมีแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตได้อีกด้วย

-แก้อาการนอนไม่หลับ

-บรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวารและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

-รักษาโรคโลหิตจาง

-บรรเทาโรคกระเพาะอาหาร

-แก้อาการท้องเสีย

-ช่วยชะลอความแก่

-ช่วยลดน้ำหนัก…


“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ ด้วยสูตร “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เมนูดีๆที่หลายๆคนหลงเสน่ห์ จานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร วิธีการทำจะง่ายสักแค่ไหน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง”

ส่วนผสม

-เนื้อวัวสามชั้น 1 กิโลกรัม

-ชุดเครื่องตุ๋น 1 ชุด

-กระเทียม 10 กลีบ

-แครอท 1 หัว

-พริกไทยดำเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว 1-4 ถ้วย

-ซอสปรุงรส 1-4 ถ้วย

-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ใส่น้ำในหม้อแล้วตั้งไฟกลางรอให้น้ำเดือดจัด แล้วใส่ เนื้อสามชั้น ลงไปตามด้วยเกลือที่จะช่วยดับความคาวของเนื้อ

-จากนั้นใส่ ชุดเครื่องตุ๋น กระเทียม พริกไทยดำเม็ดลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ด้วยไฟกลาง

-ปรุงรสให้น้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาล เคี่ยวทิ้งไว้จนกว่าเนื้อจะเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20 – 40 นาที

-เติมสีสันให้กับเนื้อตุ๋นทรงเครื่องถ้วยนี้ด้วย แครอท หั่นชิ้น

-เสิร์ฟใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อยช่วยเติมความหอมและน่าทาน

เคล็ดลับ
วิธีง่ายๆช่วยขจัดกลิ่นคาวเนื้อวัว หลายคนที่ทำอาหารอาจเคยประสบพบปัญหาในการปรุงรสออกมาไม่ได้ตามต้องการถึงแม้ว่าจะทำตามสูตรทุกขั้นตอนและตาม บางทีอาจเป็นเพราะว่ากลิ่นคาวที่ติดมากับเนื้อวัวทำให้รสชาติอาจออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับในการดับกลิ่นคาวเนื้อมาฝากกัน สำหรับเนื้อวัวนั้นถ้าหากซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แนะนำให้หั่นแบ่งใส่กล่องหรือถุงพลาสติกเอาไว้เมื่อนำมาใช้ประกอบอาหารให้แช่น้ำส้มสายชูไว้โดยประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด หรือจะลองเป็นน้ำผสมเกลือ แต่ว่าบางบ้านบางทีอาจใช้น้ำซาวข้าวที่เชื่อกันว่าจะช่วยทำให้เนื้อสัตว์สดและสะอาดดับกลิ่นคาวได้ดี

และ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” ถ้วยนี้ไม่ว่าจะทานคู่กับข้าวหรือเพิ่มเติมเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป บอกได้เลยว่านี่แหล่ะความสุขง่ายๆที่ทำทานเองได้ที่บ้าน จะเป็นมื้อเช้า กลางวันหรือเย็น ก็อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าคุณไม่ใช่สายเนื้อ เมนูนี้เราปรับจากเนื้อวัว เป็นเนื้อหมูก็อร่อยได้เช่นกันค่ะ…


“กุ้งอบเกลือ” เมนูคนชอบการกินกุ้ง ต้องจานนี้

แซ่บๆ

ใครที่ชื่นชอบการกินกุ้งอยู่แล้ว จะต้องไม่พลาดเมนู “กุ้งอบเกลือ” เลยนะค่ะ กุ้งอบเกลือนับว่าเป็น เมนูง่ายๆ ที่ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมากมาย ขอเพียงแค่คุณมีกุ้งสดๆ บวกกับน้ำจิ้ม แซ่บๆ รับรองว่า มื้อนี้ไม่ผิดหวัง แน่นอน

“กุ้งอบเกลือ”  แซ่บๆ เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจี๊ด

ส่วนผสม

-กุ้งขาว 500 กรัม

-เกลือเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนู 10 เม็ด

-กระเทียม 5 กลีบ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

-รากผักชี 1 ราก

-น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำกุ้งขาวมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งไว้สักพัก

-ตั้งกระทะก้นแบน นำกุ้งมาวางเรียงในกระทะ จากนั้นโรยเกลือเม็ดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป

-นำฝามาปิดกระทะ เปิดไฟแรง พอกุ้งเริ่มสุกแล้วให้เขย่า ๆ กระทะ หรือเปิดฝาคนกุ้งให้ทั่ว

-เสร็จแล้วนำกุ้งจัดเรียงใส่จานได้เลยค่ะ ส่วนน้ำกุ้งที่อยู่ในกระทะให้นำมาตักราดกุ้งเพื่อเพิ่มความหอมอร่อย

-ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดโดย ตำพริก กระเทียม รากผักชี ให้พอหยาบ แล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่น ชิมให้ได้รสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อม กุ้งอบเกลือได้เลย

เคล็ดลับของเมนู

***กุ้งที่นำมาใช้ควรเป็นกุ้งขาวสด ๆ ที่ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้หอมอร่อยกำลังดี

***เวลาอบกุ้งควรใช้ไฟแรงเนื่องจาก การเปิดไฟแรงจะทำให้เปลือกกุ้งมีกลิ่นไหม้นิด ๆ ช่วยทำให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภายในเวลาไม่กี่นาทีคุณแม่บ้านก็สามารถเสกเมนูจานอร่อยอย่าง “กุ้งอบเกลือ” ได้แล้ว…


แซ่บ จี๊ด จ๊าด “ยำแมงกะพรุน” อร่อยดัง กรุบ ๆ

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน” อาหารเรียกน้ำย่อย แซ่บจี๊ดจ๊าด ชวนเคี้ยวกรุบ ๆ รสชาติจัดจ้าน ที่อยากให้ลองทำตามกันดู ใครที่ชื่นชอบแมงกะพรุนกันอยู่แล้ว บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เรามาดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

ยกมือขึ้นกับเมนู

สายซีฟู้ด ยกมือขึ้นกับเมนู “ยำแมงกะพรุน”

ส่วนผสม

-แมงกะพรุน 400 กรัม

-หมูสับ 100 กรัม

-วุ้นเส้น 1 กำมือ

-มะเขือเทศ 2 – 3 ลูก

-พริกแดง 6 – 7 เม็ด

-หอมแดง 1 – 2 ลูก

-มะนาว 2 ลูก

-น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ก่อนอื่นเลย เราจะนำแมงกะพรุนมาล้างให้หมดความเค็ม ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมค่อนข้างนาน อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะ ทีนี้พอเราล้างแมงกะพรุนเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดี ๆ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดให้พอสะดุ้ง หากลวกนานแมงกะพรุนอาจจะเหนียวได้

-จากนั้นหั่นมะเขือเทศ ตำพริกแดงให้พอหยาบ และซอยหอมแดงเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้ แล้วนำหมูสับกับวุ้นเส้นไปลวกในน้ำเดือดให้สุก แล้วตักขึ้นมาพักไว้

-หลังจากนั้นเตรียมชามผสม แล้วใส่หมูสับ วุ้นเส้น มะเขือเทศ หอมแดง พริก และผักชีลงไป

-ปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว จากนั้นคลุกส่วนผสมและเครื่องปรุงให้เข้ากัน

-ใส่แมงกะพรุนปิดท้าย แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นตักใส่จานให้เรียบร้อย โรยหน้าด้วยผักชีด้านบน เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับการทำแมงกะพรุนให้หมดเค็ม
ใครที่ลองทำเมนูแมงกะพรุนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมงกะพรุนที่เราซื้อมา จะมีรสชาติเค็มปี๋แบบสุด ๆ ซึ่งเมื่อบางคนไม่รู้ จึงล้างน้ำแค่เพียง 2 – 3 รอบ ก่อนนำไปทำอาหาร พอเอาไปปรุงอาหารจริง ๆ กลับกลายเป็นกินไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีที่จะช่วยล้างให้แมงกะพรุนหมดเค็มอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยตาม 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1
นำแมงกะพรุนไปแช่ในน้ำราว ๆ 5 – 6 ชั่วโมง โดยในระหว่างนั้นให้เปลี่ยนน้ำสัก 2 – 3 น้ำ

วิธีที่ 2
วิธีนี้เราจะใช้ “หมาก” ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เค้าเอาไว้เคี้ยวกับปูนนั่นแหละมาช่วยลดความเค็ม โดยเราจะนำลูกหมากมาผ่าซีก หรือใช้น้ำคั้นจากเนื้อหมากก็ได้ ใส่ลงไปผสมกับน้ำที่แช่แมงกะพรุน แล้วทิ้งเอาไว้สัก 1 – 2 ชั่วโมง รับรองว่าแมงกะพรุนหายเค็มแน่นอน!

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูยำแมงกะพรุนสุดแซ่บ เมนูกินเล่นที่รับรองว่าหลายคนต้องติดใจแน่นอน ถ้าใครชื่นชอบ อย่าลืมนำไปทำตามกันดูนะ ส่วนใครที่เริ่มเปรี้ยวปากกันแล้ว…


“อกไก่ลุยสวน” เมนูสายคลีน สูตรนี้แซ่บไปพร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

เมนูคลีนแบบแซ่บ

เมนูคลีน ๆ เราอาจจะนึกถึงแต่เมนูจืดชืด ที่ทำให้อรรถรสในการกินลดลงไปเป็นกอง แต่จริง ๆ แล้ว เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ ก็มีอยู่เยอะไป หนึ่งในนั้นก็คือเมนู “อกไก่ลุยสวน” ที่ได้รสชาติจากผักสด ๆ แสนโปรดปรานกับเนื้ออกไก่ที่นำไปผัดให้ได้รสชาติ พร้อมกับน้ำจิ้มสุดแซ่บ

เมนูคลีนแบบแซ่บ ๆ พร้อมกับ น้ำจิ้มรสเด็ด

สูตรนี้แอบฉกมาจากพี่สาวคนสนิท ที่นางแอบกระซิบมาว่าเมนูนี้ทำเองได้ง่าย ๆ ใครจะกินคลีนไม่คลีน ก็สามารถอร่อยได้เหมือนกัน ว่าแล้วเรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม

-เส้นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1/2 กิโลกรัม

-เนื้ออกไก่ 100 กรัม

-เห็ดหอมสด 50 กรัม

-แครอทขนาดกลาง 2 หัว

-ผักกาดหอม 2 หัว

-ใบโหระพา 5 – 6 ต้น

-น้ำมันหอยแบบโซเดียมต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาวแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

-น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนชา

-พริกไทยดำเล็กน้อย

-เกลือป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำจิ้มลุยสวน

-น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย

-ใบสะระแหน่ 1 1/2 ถ้วย

-ใบโหระพา 1 ถ้วย

-รากผักชีสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนูสวนสีเขียว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลาแบบโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำผักต่าง ๆ ไปล้างให้สะอาดแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกแครอทให้เรียบร้อย จากนั้นนำเห็ด และแครอท มาหั่นเป็นชิ้นเต๋าขนาดเล็ก แล้วพักไว้

-ล้างอกไก่ให้เรียบร้อย เลาะเอาหนังออก จากนั้นก็หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้สำหรับผัดไส้

-ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำเนื้อไก่ลงไปผัดให้เริ่มสุก จากนั้นใส่แครอทและเห็ดหอม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำผึ้ง จากนั้นผัดส่วนผสมให้เข้ากันจนน้ำแห้ง ก็ตักขึ้นพักไว้ในถ้วยได้เลย

-มาถึงกระบวนการห่อไส้กันเลยดีกว่า ก่อนอื่นแผ่เส้นก๋วยเตี๋ยวบนเขียงรอง แล้ววางผักกาดหอมกับใบโหระพาลงไป ถ้าผักกาดหอมแผ่นใหญ่มาก ให้ฉีกครึ่งใบสำหรับลุยสวนหนึ่งชิ้นแทน ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนกินข้าว แล้วห่อด้วยการม้วนหรือพับเป็นเหลี่ยมก็ได้ตามถนัด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วจัดวางใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวน

วิธีทำน้ำจิ้ม “อกไก่ลุยสวน”

-ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง และน้ำปลา จากนั้นเคี่ยวส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน แล้วปิดเตา

-เมื่อส่วนผสมของน้ำส้มสายชูเย็นแล้ว เราก็นำไปปั่นรวมกับ ใบสะระแหน่ ใบโหระพา รากผักชีสับ กระเทียมสับ พริกขี้หนู น้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากันอย่างละเอียด แล้วตักใส่ถ้วยได้เลย

เสร็จแล้วกับเมนูคลีน ๆ แสนแซ่บอย่าง “อกไก่ลุยสวน” ที่ให้คุณอร่อยกับเมนูสุขภาพได้อย่างมีรสชาติ งานนี้สายสุขภาพจะอยู่เฉยได้ไง…


เมนูอร่อยระดับภัตตาคาร “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง”

พาสต้าแบบอิตาเลียน

อร่อยระดับภัตตาคารที่ใครๆ ก็ทำทานเองได้ กับ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” ด้วยการผสมผสานอาหาร 2 สไตล์ ระหว่าง พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เสริมทัพด้วยวัตถุดิบชั้นดีอย่างเนื้อน่องลาย บอกเลยว่าน่าทาน ชวนให้น้ำลายไหลสุดๆ ด้วยรสชาติและความหอมแบบถึงเครื่องของพริกแกงมัสมั่น รับรองอร่อยถูกปากสไตล์คนไทย วิธีทำง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถทำทานกับคนพิเศษได้เองที่บ้าน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วตามไปดูวิธีทำพร้อมๆ กันเลย

พาสต้าแบบอิตาเลียน และมัสมั่นแบบไทยๆ

ส่วนผสมเส้น

-เส้นพาสต้า เกลือ1/2ช้อนชา

ส่วนผสมซอสคลุก

-นมสด1ถ้วย

-พริกแกงมัสมั่น2ช้อนโต๊ะ

-หอมหัวใหญ่สับ1หัว

-น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ

-เกลือนิดหน่อย

-น้ำมะขามเปียก1ช้อนโต๊ะ

-เนื้อน่องลายชิ้นบาง

-ถั่วลันเตา1/2ถ้วย

-พาร์สลีย์

วิธีทำส่วนเส้น

-ตั้งกระทะต้มน้ำ โดยใส่เกลือลงไปเล็กน้อย

-พอน้ำเริ่มร้อนนำเส้นลงไปต้มใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที​

-พอเส้นสุก ตักเส้นมาใส่น้ำเย็นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำมาใส่ตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำ​

-ให้นำเส้นไปคลุกกับเนย แล้วพักไว้​

วิธีทำซอสคลุก

-ใส่นมสดลงกระทะเล็กน้อย แล้วตามด้วยพริกแกงมัสมั่น ผัดจนพริกแกงแตกมัน​

-ใส่หอมหัวใหญ่สับ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน​

-นำนมสดที่เหลือมาใส่ รอจนพริกแกงเริ่มเดือดใส่เนื้อน่องลาย​

-ใส่ถั่วลันเตา ผัดพอสุกแล้วรีบปิดไฟ (เพื่อไม่ให้เนื้อสุกเกินไปจนเหนียว)​

-นำเส้นพาสต้าที่พักไว้มาผัดกับซอสให้เข้ากัน

-คลุกเคล้าให้เข้ากัน​

-นำทั้งหมดจัดลงจาน ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์ เพียงเท่านี้ก็ได้ “พาสต้ามัสมั่นเนื้อน่องลายผัดแห้ง” แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟ อาจจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบดก็ได้

พริกแกงมัสมั่นถือเป็นตัวชูโรงของเมนูฟิวชั่นในครั้งนี้ ด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่หอมติดจมูก รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดมากเกินไป ทำให้มัสมั่นเป็นที่ชื่นชอบหรือเมนูโปรดของใครหลายคน รู้หรือไม่ว่าพริกแกงมัสมั่นนั้นนอกจากจะอร่อยถูกปากแล้ว เครื่องเทศในพริกแกงนี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการคลื่นไส้, หัวหอมแขก ช่วยแก้หวัดและคัดจมูก, น้ำมะขามเปียกเป็นยาระบายอ่อนๆ, ยี่หร่า ช่วยขับลมและขับเสมหะ, กานพลู แก้ปวดท้อง จุกเสียด, พริกไทย ช่วยขับลม, ขิง แก้ท้องอืด บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ, ลูกจันทร์ บำรุงตับ ปอด และลดไขมันในเลือด, ลูกกระวาน แก้อาการอาหารไม่ย่อย สรรพคุณจากเครื่องเทศเหล่านี้ ถือเป็นอีกเสน่ห์ของอาหารไทย สำหรับใครที่อยากทำเมนูฟิวชั่นอร่อยระดับภัตตาคารอย่างนี้ทานที่บ้านกับคนพิเศษแล้วล่ะก็…