แซลมอนอบน้ำจิ้มไก่ (สไตล์เอเชีย)อาหารคลีนที่คนรักสุขภาพนิยมทำกินเอง

แซลมอนอบน้ำจิ้มไก่

แซลมอนอบน้ำจิ้มไก่  สำหรับคนอยากทานเมนูปลาแซลมอนราดซอสเยิ้ม ๆ 3 รส ขอแนะนำเมนูปลาแซลมอนอบน้ำจิ้มไก่สไตล์

แซลมอนอบน้ำจิ้มไก่ ไทย ๆ หน่อย (Clean Eating Baked Thai Salmon) ที่ผสมผสานรสชาติน้ำจิ้มไก่ลงไปในเนื้อแซลมอน ตบท้ายด้วยการโรยต้นหอมเพิ่มรสชาติอีกด้วย ถ้าหากทานไม่หมดสามารถแช่ไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 3 วันนะคะ

ส่วนผสม

• เนื้อปลาแซลมอน 6 ชิ้น
• เกลือป่น
• น้ำจิ้มไก่ 1 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
• ต้นหอมซอย 2-3 ช้อนโต๊ะ
• สเปรย์น้ำมันกระป๋อง

แซลมอนอบน้ำจิ้มไก่

วิธีทำ

• 1. นำเนื้อปลาแซลมอนใส่ลงในภาชนะ โรยเกลือลงไปให้ทั่ว และใส่น้ำจิ้มไก่ 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปแช่ในตู้เย็น ประมาณ 2 ชั่วโมงหรือข้ามคืน
• 2. นำเนื้อปลาแซลมอนมาวางเรียงกันบนถาดรองอบที่วางกระดาษรองอบไว้แล้ว ฉีดสเปรย์น้ำมันกระป๋องลงไปให้ทั่ว
• 3. นำเข้าเตาอบใช้ไฟแรง ประมาณ 8 นาที นำปลาแซลมอนออกมาราดด้วยน้ำจิ้มไก่ 2 ช้อนชา หมุนถาดอบ นำเข้าไปอบต่อประมาณ 5 นาที
• 4. นำออกมาจัดจาน โรยต้นหอม พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/


ชมจันทร์ ดอกพระจันทร์ ใช้บำรุงเลือด บำรุงสมอง เพิ่มภูมิคุมกันร่างกาย

ชมจันทร์

ชมจันทร์ สมุนไพร สรรพคุณของชมจันทร์ เป็นยาระบายอ่อนๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งได้ บำรุงสมอง บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ

ชมจันทร์ หรือดอกพระจันทร์ ภาษาอังกฤษ เรียก Moonflower มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L. ต้นชมจันทรมีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ แต่สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อน

ดอกชมจันทร์ เป็นไม้ประดับ ที่มีดอกสวยงามซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีขาว มีกลิ่นหอม และจะบานในเวลากลางคืนตั้งแต่ช่วงประมาณหัวค่ำเป็นต้นไป และนี่จึงเป็นที่มาของเหล่าชื่อของดอกไม้ชนิดนี้นั่นเอง โดยในต่างประเทศจะนิยมปลูกดอกชมจันทร์เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ

แต่สำหรับในประเทศไทยกลับปลูกกันมากเพื่อใช้เป็นอาหาร เพราะดอกชมจันทร์นั้นสามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด เดี๋ยวนี้ตามร้านอาหารก็นำดอกชมจันทร์มาเป็นเมนูอาหารกันมากขึ้น

ต้นชมจันทร์ เป็นพืช ชนิดไม้เลื้อย ลักษณะของต้นและใบคล้ายกับต้นมอร์นิ่งกลอรี ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ใบมีสีเขียว ดอกชมจันทร์จะมีสีขาวและมีกลิ่นหอม ผลของต้นชมจันทร์ จะคล้ายดอกบัวตูมที่มีขนาดเล็ก ลักษณะของต้นชมจันทร์

ลำต้นเป็นเถา ไม่มีขน ลำต้นมียางใส ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-13 เซนติเมตร ยาว 8-17 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึก ก้านใบเรียว ยาว 5-18 เซนติเมตร ดอกสีขาว กลิ่นหอม บานตอนเช้าและพลบค่ำ ออกตามง่ามใบเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อ 2-5 ดอก เมื่อบานเต็มที่ กว้าง 10-13 เซนติเมตร ก้านช่อดอกยาว 1-20 เซนติเมตร

ชมจันทร์

คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์

จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 34.91 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม แคลเซียม 22.74 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 34.42 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.25 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.09 มิลลิกรัม วิตามินเอ 136.11 มิลลิกรัม โคเอนไซม์คิว 0.28 มิลลิกรัมมีสารต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณของต้นชมจันทร์

เรานิยมนำดอกของชมจันทร์มาใช้ประโยชน์ ซึ่งดอกชมจันทร์ มีสรรพคุณ เป็นยาเย็น มีฤทธิ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ มีไขมันต่ำ วิตามินบี ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดี และวิตามินซีในดอกชมจันทร์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันมะเร็ง ดอกชมจันทร์ สามารถใช้ แก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ส่วน เกสรของดอกชมจันทร์ สามารถช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้ผ่อนคลาย มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ

ประโยชน์ดอกชมจันทร์

ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหาร โดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก จากผลการวิเคราะห์พบสรรพคุณดอกชมจันทร์ ดังนี้

  • ดอกชมจันทร์เป็นผักที่ไขมันต่ำและมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  • ดอกชมจันทร์มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ดอกชมจันทร์มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ขณะที่เกสรดอกชมจันทร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อน ๆ จึงช่วยให้หลับสบาย

ต้นของดอกชมจันทร์เป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก เจริญเติบโตง่าย แถมยังมีแมลงมารบกวนน้อยมาก จึงไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีใดๆ เลยก็ได้ ทำให้ไม่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านไหนก็รู้สึกถึงได้ความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้เป็นยาสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคต่างๆ นั้น ดอกชมจันทร์สามารถให้สรรพคุณและประโยชน์ที่เต็มร้อยแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ถั่วเขียว พืชสมุนไพร ประโยชน์ และ สรรพคุณของถั่วเขียว

ถั่วเขียว สมุนไพร พืชตระกลูถั่ว คุณค่าทางโภชนาการของถั่วเขียว ประโยชน์ของถั่งเขียว สรรพคุณของถั่วเขียว ลดความอ้วน ช่วยลดคอเรส

ถั่วเขียว เป็นพืชตระกลูถั่ว มีสรรพคุณสูง เหมาะสำหรับการลดความอ้วน ถั่วเขียวช่วยลดคอเรสเตอรัล บำรุงหัวใจ ช่วยกำจัดสารพิษ บำรุงผิวพรรณ ถั่วเขียวจัดว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ประโยชน์ของถั่วเขียว มากมาย แต่มีข้อควรระวังในการบริโภคถั่วเขียวอยู่บ้าง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับถั่วเขียวอย่างละเอียด ว่าเป็นอย่างไร ใช้รักษาอะไรได้บ้าง

คุณค่าทางโภชนาการของถั่วเขียว

นักโภชนาการได้ทำการศึกษาคุณค่าทางอาหารของ ถั่วเขียว ทั้งใน ถั่วเขียวสด และถั่วเขียวต้ม พบว่า มีคุณค่าทางอาหารที่ใกล้เคียงกัน รายละเอียดดังนี้

ถั่วเขียวต้ม ขนาด 100 กรัม นั้น ให้พลังงาน 105 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ อาทิ เช่น คาร์โบไฮเดรต 19.15 กรัม น้ำ 72.66 กรัม น้ำตาล 2 กรัม กากใยอาหาร 7.6 กรัม ไขมัน 1.15 กรัม โปรตีน 7.02 กรัม วิตามินบี2 0.061 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.164 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.41 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.067 มิลลิกรัม วิตามินบี9 159 ไมโครกรัม วิตามินบี3 0.577 มิลลิกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.15 มิลลิกรัม วิตามินเค 2.7 ไมโครกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 99 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 27 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.298 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.4 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 266 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 48 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.84 มิลลิกรัม

ถั่วเขียวดิบ ขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 347 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหาร ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 62.62 กรัม
น้ำ 9.05 กรัม น้ำตาล 6.6 กรัม กากใยอาหาร 16.3 กรัม ไขมัน 1.15 กรัม โปรตีน 23.86 กรัม วิตามินบี1 0.621 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.233 มิลลิกรัม วิตามินเค 9 ไมโครกรัม วิตามินบี3 2.251 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.382 มิลลิกรัม วิตามินบี5 1.91 มิลลิกรัม วิตามินบี9 625 ไมโครกรัม วิตามินซี 4.8 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.51 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 189 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 132 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 6.74 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 1,246 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 1.035 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 367 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 2.68 มิลลิกรัม 28%

ถั่วเขียว

ต้นถั่วเขียว

ลักษณะของต้นถั่วเขียว นั้น

  • รากของถั่วเขียว เป็นระบบรากแก้ว มีรากแขนงมากมาย ถั่วเขียวจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความชื้น รากของถั่วเขียว เป็นแหล่งสะสมไนดตรเจนที่ดีสำหรับสารอาหารในดิน
  • ลำต้นของถั่วเขียว มีลักษณะลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน เป็นทรงพุ่ม ความสูงประมาณไม่เกิน 150

ต้นไมยราบ พืชท้องถิ่น สมุนไพร ประโยชน์ของไมยราบมีอะไรบ้าง

ต้นไมยราบ

ต้นไมยราบ พืชตระกูลถั่ว วัชพืช พืชคลุมดิน สมุนไพร สรรพคุณของไมยราบ เช่น ขับปัสสาวะ รักษาโรคกระเพาะ ฯลฯ

ต้นไมยราบ เป็น พืชล้มลุก พืชคลุมดิน ยาวประมาณ 1 เมตร มีขนหยาบปกคลุมที่ลำต้น ท้องใบ แกนก้านใบแลช่อดอก ใบของต้นไมยราบเป็นแบบแขนก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 4 เซ็นติเมตร มีดอกจำนวนมาก กลีบดอกรูประฆังแคบและมีขนแข็งตามขอบ

  • ใบไมยราบ จัดเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น แกนกลางรวมกับก้านใบ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยมี 2 ใบ มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร โดยใบย่อยจะมีอยู่ประมาณ 25 คู่ ลักษณะคล้ายรูปขอบขนานหรือคล้าย ๆ รูปเคียวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
  • ดอกไมยราบ ออกดอกเป็นช่อกลมสีชมพู เป็นดอกเดี่ยวหรือดอกคู่ ออกที่บริเวณซอกใบ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ดอกมีจำนวนมาก ไร้ก้าน มีกลีบเลี้ยงขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.1 มิลลิเมตร กลีบดอกจะคล้ายกับรูประฆังแคบ มีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร กลีบดอกจะมนกลม มีความยาวประมาณ 0.8 มิลลิเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่ 4 อัน และมีรังไข่ยาวประมาณ 0.5 มิลลิกรัม
  • ผลไมยราบ มีลักษณะเป็นฝักแห้ง แบน ยาวเรียว ฝักมีหลายฝักในแต่ละช่อดอก ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ตรง และยาวประมาณ 1.8 เซนติเมตร มีขนแข็งปกคลุมตามสันขอบผล ส่วนเมล็ดมีสีน้ำตาลอ่อน เมล็ดแบนเป็นสันนูนตรงกลาง หนึ่งผลมีเมล็ดประมาณ 5 เมล็ด ผลหักตามรอยคอด

ต้นไมยราบ

สรรพคุณของไมยราบ

สรรพคุณของไมยราบ เราสามารถนำไมยราบมาใช้เป็นสมุนไพร ได้ทั้ง ส่วน ราก ลำต้นและใบ

รากของไมยราบ สามารนำมาใช้ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ช่วยย่อยอาหารในเด็ก รักษาโรคกระเพาะอาหาร แก้ลำไส้อักเสบ แก้บิด ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบรรเทาปวดประจำเดือน แก้คลื่นไส้ แก้อาเจียน รักษาริดสีดวงทวาร ปวดข้อ
ลำต้นของไมยราบ เรานำมาใช้ ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันและรักษาไตพิการ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับโลหิต
ใบของไมยราบ ใช้รักษาโรคเริม โรคงูสวัด
ข้อควรระวังในการใช้ไมยราบ
สำหรับการใช้ไมยราบ ต้องมีการระวังในการใช้ ต้องใช้ให้เหมาะสมกับและเลือกใช้อย่างถูกต้อง โดย คำแนะนำมีดังนี้
ไม่ควรรับประทานไมยรายต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากไมยราบมีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลาง
ห้ามรับประทานในสตรีมีครรภ์ และ สตรีหลังคลอดบุตร
ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
ต้นไมยราบ พืชล้มลุก ต้นสีน้ำตาลแดง แผ่ไปตามพื้น ชูยอดขึ้นข้างบน มีหนามขนาดสั้น ใบประกอบ ดอกเป็นช่อกลมสีชมพู ก้านดอกยาว ฝักยาวเรียวแบน มีขนเหนียวติดมือ เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ไมยราบ ใบสามารถพับเข้าหากันด้านใน เมื่อถูกสัมผัส ในทางสมุนไพร ไมยราบ มีรสจืดเฝื่อน มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ระดูขาว แก้ไตพิการ ต้มกับน้ำกินแก้อ่อนเพลีย ตานขโมย โรคกระเพาะอาหาร ใช้ทาแก้ผื่นคันและหัด ใบสดตำผสมกับเกลือและพิมเสน ใช้พอกแผลพุพอง รากแห้ง ต้มน้ำแก้ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ต้นยอ สมุนไพร ประโชยน์ สรรพคุณของยอ คุณค่าทางโภชานการของยอ

ต้นยอ คุณค่าทางโภชานการของยอ และ สรรพคุณของยอ ประกอบด้วย ขับประจำเดือน ดูแลช่องปาก เหงือกและฟัน ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม ยาระบาย รักษาริดสีดวงทวาร ฯลฯ

ต้นยอ คือ สมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียก พื้นบ้านว่า ยอบ้าน มะตาเสือ แยใหญ่ ลูกยอถูกเรียกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น ต้นยอมีชื่อภาษาอังกฤษ ว่า Great Morinda,Indian Mulberry ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Molinda Critiforia Linn ชื่อเรียกอื่นๆ ของยอ เช่น ยอแย่ใหญ่ ตาเสือ มะตาเสือ ยอบ้าน เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของลูกยอ มีการศึกษาผลลูกยอสด ขนาด 100 กรัม พบว่ามีสารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 5.8 กรัม ไขมัน
1.2 กรัม ความชื้น 9.3 กรัม เถ้า 10.3 กรัม กากใยอาหาร 36 กรัม และ คาร์โบไฮเดรต 71 กรัม ลูกยอ ยังมี วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม กรดไขมัน ลิกนิน พอลิแซ็กคาไรด์ ฟลาโอนอยด์ อีริดอยด์ สโครโปเลติน แอลคาลอยด์ เป็นต้น

ลักษณะของต้นยอ เป็นต้นไม้ยืนต้น ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 8 เมตร เป็นต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ ใบหนาใหญ่สีเขียว มีดอกสีขาว ผลของต้นยก หรือ ลูกยอ จะเป็นวงรี มีตาเป็นปุ่มๆ ลูกสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยยนเป็นสีขาวนวล

ต้นยอ

สรรพคุณทางยาของยอ สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งผลดิบ ผลสุก ใบ และราก

ลูกยอสุก เรานำมาใช้ช่วยขับลมในลำไส้
ใบของต้นยอ เรานำมาบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ แก้ปวดตามข้อ(โรคเกาท์) แก้ท้องร่วง แก้เหงือกบวม คั้นเอาน้ำจากใบยอ มาทาแผล ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง นำใบมาเป็นส่วนผสมยารักษาวัณโรค
ราก เรานำมาใช้เป็น ยาระบาย ช่วยแก้ท้องผูก
ผลดิบ สามารถนำมาช่วยขับลม บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับประจำเดือน แก้คลื่นไส้ แก้อาเจียน แก้อาการเหงือกเปื่อย แก้เสียงแหบ และสามารถช่วยแก้ร้อนใน
วิธีนำลูกยอมาใช้รักษาอาการอาเจียน สามารถทำได้โดย นำผลดิบยอ มาเผาไฟอ่อนๆ ให้ผิวของผลยอดำจากนั้นนำเนื้อของผลยอที่ถูกเผาไฟจนสุกมา สังเกตุว่าต้องให้เนื้อเป็นสีเหลือง จากนั้นนำไปต้มทานเป็นน้ำลูกยอ

วิธีการนำยอมารักษาอาการท้องผูก นำรากยอขนาดเส้นผ่านศูยน์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร นำมาบดและต้มน้ำประมาณ 2 แก้ว ต้มประมาฯ 15 นาที ดื่มก่อนนอน 1 แก้ว จะช่วยให้ระบายได้ดีในตอนเช้า ช่วยรักษาอาการท้องผูก รักษาริดสีดวงทวาร ได้

วิธีนำยอมาใช้เป็นยาลดไข้ นำเปลือกของยอมาต้มน้ำประมาณ 15 นาที และนำไปดื่มประมาณวันละ 4 แก้ว จะช่วยลดไข้ได้ดี
ผลของลูกยอ เราสามารถนำมาทำเป็นน้ำหวาน น้ำลูกยอ ได้ ซึ่งรสชาติก็อร่อย เต็มไปด้วยสรรพคุณทางสมุนไพรมากมาบ

ลูกยอจัดเป็นยาสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเรื่องการช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน และถูกบรรจุอยู่ในยาสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยลูกยอสุกเป็นยาชั้นเลิศในการช่วยขับลมและช่วยย่อยอาหาร แต่สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานผลยอ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อระบบการหมุนเวียนของเลือดในครรภ์ และอาจทำให้แท้งบุตรได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


มะพร้าว ประโยชน์ ของมะพร้าว สรรพคุณ ของ มะพร้าว มีอะไรบ้าง

มะพร้าว

มะพร้าว ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย นำมาทำอาหาร เป็นยารักษาโรค เครื่องใช้ต่างๆ สรรพคุณของมะพร้าว ประกอบด้วย ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย

มะพร้าว มาบริโภค น้ำ และเนื้อของมะพร้าว แต่เนื้อมะพร้าวนี้มีความมันสูง เรามีการนำเนื้อมะพร้าวแก่ มาคั้นทำกะทิ วัตถุดิบหลักของอาหารไทย ( Thai Food ) ตัวอย่าง อาหาร เมนูกะทิ (Coconut Milk Reciept) ในส่วนของเนื้อมะพร้าวอ่อนเรานิยมนำมาบริโภคกันสดๆ

ต้นมะพร้าว เป็นไม้ยืนต้นความสูงประมาณ 20 เมตร โดยประมาณ ลำต้นกลม เปลือกของมะพร้าวแข็ง สีเทา ขรุขระ ลักษณะใบเป็นแบบขนนก รูปพัด ยาว 80 เซ็นติเมตรโดยประมาณ ขอบใบเรียบ สีเขียว มะพร้าวออกตอกเป็นช่อแขนงที่ซอกใบ ผลของมะพร้าวมีสีเขียว และผลแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อมะพร้าวจะมีสีขาว มีน้ำในผลมะพร้าว

คุณค่าทางโภชนาการของมะพร้าว

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของ เนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าว โดยจากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของมะพร้าว มีดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อมะพร้าว ขนาด 100 กรัม ให้ พลังงาน 1,480 กิโลแคลอรี มีสารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 24.23 กรัม น้ำตาล 6.23 กรัม กากใยอาหาร 9 กรัม ไขมัน 33.49 กรัม โปรตีน 3.33 กรัม วิตามินบี 1 0.66 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.54 มิลลิกรัม วิตามินบี 5 1.014 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 3.3 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 14 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.43 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 113 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 356 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 1.1 มิลลิกรัม

ส่วน น้ำมะพร้าว ขนาด 100 กรัม นักโภชนาการพบว่า ให้พลังงาน 79 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 3.71 กรัม น้ำตาล 2.61 กรัม กากใยอาหาร 1.1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.72 กรัม วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.057 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.08 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.032 มิลลิกรัม วิตามินซี 2.4 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 250 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม

มะพร้าว

สรรพคุณของมะพร้าว

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยของมะพร้าว เราสามารถนำมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ ได้ ตั้งแต่ เปลือก กะลา น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว ราก และ เปลือกของต้นมะพร้าว

เปลือกของลูกมะพร้าว จะมีรสฝาดและขม สามารถนำมาใช้ห้ามเลือด แก้ปวด …


ประโยชน์ ของน้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิง ดีจริงจนต้องบอกต่อ

ประโยชน์

ประโยชน์ น้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิงนั้นดียังไง คนท้องก็ดื่มน้ำขิงได้

ประโยชน์  สรรพคุณของขิง ทุกคนอาจรู้ว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ โดยเฉพาะ ด้วยการจัดสรรพคุณของน้ำขิงที่มีดีต่อสุขภาพผู้หญิงมาให้สาว ๆ ได้ทราบโดยทั่วกัน อ่านจบแล้วอย่าลืมไปดื่มน้ำขิง บำรุงสุขภาพผู้หญิงอย่างเรา ๆ กันน้า…

ขิงจัดเป็นสมุนไพรที่แก้เมารถ เมาเรือ และช่วยลดอาการคลื่นเหียนเวียนไส้มาตั้งแต่โบราณ ทว่านอกจากอาการเมารถ เมาเรือแล้ว การดื่มน้ำขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนของผู้หญิงมีครรภ์ได้อีกต่างหาก ยืนยันด้วยผลการศึกษาจากกว่า 12 สถาบัน ที่แสดงสรรพคุณของน้ำขิงด้วยการพิสูจน์กับผู้หญิงตั้งครรภ์ราว 1,278 คน แล้วพบว่า

ประโยชน์

การดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นประมาณ 1.1-1.5 กรัม สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ตอนเช้าให้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี

แต่ทั้งนี้ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนด้วยว่า เราควรดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นมาก-น้อยขนาดไหน ดื่มได้บ่อยเท่าไร เพราะความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ของแต่ละบุคคลมีไม่เท่ากัน อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาใดที่ศึกษาอย่างชัดเจนว่า ปริมาณความเข้มข้นของน้ำขิงขนาดเท่าไรที่คุณแม่ท้องดื่มแล้วจะปลอดภัย หรือดื่มแล้วจะเสี่ยงต่อสุขภาพ ฉะนั้นการปรึกษาสูตินรีแพทย์เจ้าของไข้ให้แน่ชัด ย่อมปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์มากที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

 …


ต้นมะเขือพวง สมุนไพร รักษาเบาหวาน ประโยชน์ของมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง สมุนไพร สรรพคุณมะเขือพวง ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดเบาหวาน ช่วยเผาผลาญไขมัน ผักพื้นบ้าน ประโยชน์ของมะเขือพวง

ต้นมะเขือพวง สมุนไพร คู่ครัวไทย เป็นสมุนไพรช่วยบำรุงสุขภาพ มากมาย สรรพคุณมะเขือพวง ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดเบาหวาน ช่วยเผาผลาญไขมัน มะเขือพวง เป็นพืชผักสมุนไพร และนิยมปลูกจนกลายเป็นพืชผักสวน นิยมนำผลมาประกอบอาหาร ผักพื้นบ้านของไทย

มะเขือพวง ภาษาอังกฤษ เรียก Pea Eggplant มะเขือพวง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Solanum torvum Sw. มะเขือพวง มีชื่ออื่นๆ อาทิ เช่น มะเขือละคร มะแว้งช้าง มะแคว้งกุลา หมากแข้ง เขือน้อย เขือพวง เขือเทศ ลูกแว้ง เป็นต้น มะเขือพวง เป็นพืชในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา เป็นพืชที่ทนต่อโรคสูง สำหรับประเทศไทย นิยมนำผลมะเขือพวงมาทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แกงป่า แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็ม ปลาร้าทรงเครื่อง ผัดเผ็ดต่างๆ เป็นต้น

มะเขือพวงมีสาร อยู่ 2 กลุ่ม ที่มีความสำคัญ เป็นสารในกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ และสารกลุ่มอัลคาลอยด์ มาทำความรู้จักกับสาร 2 กลุ่มนี้ ว่ามีประโยชน์อย่างไร

สารกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) สารอาหารเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีขึ้น สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ สารสำคัญที่เป็นสารในกลุ่มนี้ คือ Torvoside และซาโปนิน เป็นสารที่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด กระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้มากขึ้น ยับยั้งการดูดซึมโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีฤทธิ์ขับเสมหะ เป็นยาเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
สารกลุ่มอัลคาลอยด์ (Alkaloids) สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นด่าง รสขม ไม่มีสี มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท และอวัยวะต่างๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อัลคาลอยด์เป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย ซึ่งหากนำมาผ่านความร้อนแล้ว สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย สารกลุ่มนี้มีสรรพคุณในการต้านโรคมะเร็ง ยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์มะเร็ง

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวง

การศึกษา คุณค่าทางโภชนาการของผลมะเขือพวง ขนาด 100 กรัม พบว่า ผลมะเขือพวงให้พลังงาน 24 กิโลแคลอรี มีสารอาหารต่างๆ อาทิ เช่น คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม น้ำตาล 2.35 กรัม กากใยอาหาร 3.4 กรัม ไขมัน 0.19 กรัม โปรตีน 1.01 กรัม วิตามีนบี1 0.039 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.037 มิลลิกรัม สารไนอะซิน 0.649 มิลลิกรัม กรดแพนโทเทนิก 0.281 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.084 มิลลิกรัม กรดโฟเลต 22 ไมโครกรัม วิตามินซี 22 มิลลิกรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.24 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 230 มิลลิกรัม สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม และธาตุแมงกานีส 0.25 มิลลิกรัม

ต้นมะเขือพวง

ลักษณะของต้นมะเขือพวง

มะเขือพวง เป็น พืชล้มลุก ลำต้นมีความสูง 1 ถึง 4 เมตร กิ่งก้านแตกสาขามากมาย เป็นลักษณะพุ่ม ใบมะเขือพวง ตรงข้ามกิ่งก้าน ใบเป็นมีรูปไข่ สีเขียว ดอกของมะเขือพวง ออกเป็นช่อ เป็นลักษณะรูปกรวย …


มะเขือ ยาว EGGPLANT สมุนไพร สรรพคุณประโยชน์ของมะเขือยาว

มะเขือ ยาว

มะเขือ ยาว คือ พืชล้มลุก พืชสวนครัว นิยมนำผลของมะเขือยาวมาทำอาหารกิน ประโยชน์ของมะเขือยาวมีอะไรบ้าง สรรพคุณทางสมุนไพรของมะเขือยาว คุณค่าทางอาหาร

มะเขือ ยาว เป็นพืชในตระกูลมะเขือ ที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด มะเขือยาว เป็นพืชที่ต้องการสารอาหารมาก และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทนทานต่อสภาพอากาศ และยังมีอายุยาวข้ามปี ในการบริโภคมะเขือยาวนิยมใช้ทานเป็นผักสด หรือ นำมาประกอบอาหาร ปัจจุบันมะเขือยาวมีหลายสี เช่น สีขาว สีม่วง สีม่วงปนขาว คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือยาว มีหลายอย่าง เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี เป็นต้น

มะเขือยาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า SO-LANUM MELONGENA LINN เป็น พืชผัก มีสรรพคุณทางสมุนไพร สามารถช่วย ขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ลดความดันโลหิต แก้ท้องเสีย ท้องร่วง แก้ปวด รักษาอาการตกเลือดในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ อาการแก้บิดเรื้อรัง รักษาอุจจาระเป็นเลือด มะเขือยาวมี คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก สูงช่วยบำรุงสุขภาพ บำรุงกระดูก บำรุงเลือด มะเขือยาวยังมีสารไกลโคอัลคาลอยด์ (Glycoalkaloid) สารต้านอนุมูลอิสระ ชื่อ เทอร์ปิน (terpene) ช่วยรักษาหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันโรคความดันโลหิตสุง ลดอาการบวม ช่วยขับปัสสาวะ

มะเขือ ยาว

ลักษณะของต้นมะเขือยาว

ต้นมะเขือยาว เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูงประมาณ 100 เซ็นติเมตร ลำต้นเดี่ยว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวสด ดอกเป็นช่อ 3-5 ดอก ปลายกลีบแหลมเป็นสีม่วง ผลของมะเขือยาวเป้นผลสีเขียวหรือสีม่วง ผิวเรียบ ยาว

สรรพคุณของต้นมะเขือยาว

มะเขือยาวมีสามารถนำมาทำเป็นสมุรไพรได้ทั้ง ส่วน ลำต้น ราก ใบ ผลแห้ง ผลสดและขั่วของผลแห้ง

ลำต้นและรากของมะเขือยาว ใช้รักษา อาการแก้บิดเรื้อรัง อุจจาระเป็นเลือด และรักษาแผลอักเสบ
ใบของมะเขือยาว ใช้ แก้อาการปัสสาวะขัด พอกแผลบวมที่เป็นหนองได้
ผลแห้งของมะเขือยาว ใช้เป็นแก้ปวด รักษาอาการตกเลือดในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ
ผลสด ตำพอกแผลอักเสบมีหนอง
มะเขือยาว มีสารอาหารและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะ สารต้านอนุมูลอิสระ เทอร์ปิน ( terpene ) โดยมีผลงานวิจัยได้ศึกษามะเขือยาว พบว่า มะเขือยาวช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ และ ลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ลดอาการบวมและอาเจียนเป็นเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และยังสามารถช่วยถอนพิษจากเห็ดพิษบางชนิดได้ มะเขือยาว เป็นพืชข้ามปี สามารถเจริญ เติบโตในดิน ทุกสภาพ ดินมีความเป็น กรดเป็นด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ปลูกได้ ตลอดปี และทั่วทุกภาค ของไปประเทศไทย มะเขือยาว เป็นพืชที่เรา ใช้ส่วนผล ในการบริโภค ใช้เป็นผักสด หรือประกอบ อาหารได้หลายชนิด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com


ชะคราม สมุนไพร พืชล้มลุก ประโยชน์และสรรพคุณของชะคราม

ชะคราม

ชะคราม คือ สมุนไพร พืชล้มลุก ที่สามารถพบได้ตามพื้นที่ชายทะเล ใบชะครามนิยมนำมาทำอาหาร ใบมีรสเค็ม คุณค่าทางอาหารของชะคราม ประโยชน์และสรรพคุณของชะครามมีอะไรบ้าง

ชะคราม มีชื่อสามัญว่า Seablite ชื่อวิทยาศาสตร์ของชะคราม Suaeda maritime (L.) Dumort. จัดเป็นพืชในตระกูล Chenopodiaceae ชื่อเรียกอื่นๆของชะคราม คือ ชักคราม ส่าคราม ชั้วคราม ล้าคราม ล่าคราม เป็นต้น ต้นชะครามถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย และ ทุกๆพื้นที่ทีีติดกับทะเล เจริญเติบโตได้ดีตามป่าโกงกาง ชายทะเล และ นาเกลือ เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาของชะคราม

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของใบชะครามสด ขนาด 100 กรัม พบว่ามี สารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.81% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.40% คาร์โบไฮเดรต 2.97% แคลเซียม 36.68 มิลลิกรัม โซเดียม 2,577 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม และ 1,265 ไมโครกรัม

ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของใบชะคราม พบว่ายังมีสารอาหารสำคัญแต่เจือจางลงไปบ้าง ในการศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของใบชะครามลวก ขนาด 100 กรัม พบว่า มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.58% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.10% คาร์โบไฮเดรต 2.49% แคลเซียม 43.27 มิลลิกรัม
โซเดียม 1,656 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม 1,265 ไมโครกรัม

ลักษณะของต้นชะคราม

สำหรับต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี การขยายพันธ์ใช้การปักชำ มีลำต้นแตกกิ่งทรงพุ่มขนาดเล็ก จัดว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง แต่ เติบโตเฉพาะพื้นที่ติดกับทะเล ลักษณะของต้นชะครามมี ดังนี้

ลำต้นชะคราม สูงประมาณไม่เกิน 150 เซ็นติเมตร ลำต้นอ่อนมีสีเขียว ลำต้นแก่มีสีน้ำตาลอมแดง ผิวของลำต้นเป็นตุ่มๆ เนื้อไม้อ่อน
รากของชะคราม มีรากแก้วแทงลึกลงดิน และรากแขนง
ใบของชะคราม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกเกือบกลม เรียวยาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ต่อมาที่เจริญเต็มที่จะมีสีเทาเงินอมเขียว ใบชะครามแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือ สีคราม
ดอกชะคราม ออกเป็นช่อ ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกชะครามอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนกลีบดอกชะครามแก่มีสีแดงเรื่อ
ผลชะคราม ทรงกลม ขนาดเล็ก เปลือกผลอ่อนมีสีเขียวอมน้ำตาล ส่วนเปลือกผลแก่มีสีน้ำตาล ด้านในผลชะครามมีเมล็ด 1 เมล็ด

ชะคราม

ประโยชน์ชะคราม

สำหรับประโยชน์ของชะครามนั้นนิยมนำมาทำอาหารรับประทาน ให้รสชาติเค็ม นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของแกงส้ม แกงมัสมั่น เป็นต้น ส่วนใบของชะครามมีสรรพคุณทางยามากมาย นำมาสะกัดน้ำมันเป็นส่วนผสมของยาสระผม ทำให้ผมเงางาม

สรรพคุณชะคราม

สำหรับประโยชน์ของชะครามในด้าน การบำรุงร่างกาย และ การรักษาโรคนั้น สามารถแยกสรรพคุณของส่วนต่างๆของชะครามได้ ดังนี้

ใบของชะคราม ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน รักษาโรคคอพอก กระตุ้นระบบประสาท บำรุงสายตา แก้อาการตามัว รักษากลากเกลื้อน แก้อาการผื่นคัน ลดอาการบวมของแผล ลดอาการปวดจากแมลงกัดต่อย รักษารากผม แก้ผมร่วง
รากของชะคราม ใช้เป็นยาบำรุงกระดูก แก้พิษฝีภายใน ดับพิษในกระดูก แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน แก้โรคผิวหนัง และ รักษาเส้นเอ็นพิการ
ลำต้นของชะคราม รักษารากผม แก้ผมร่วง

น้ำมันชะคราม

สำหรับคุณสมบัติขงน้ำมันชะคราม ใช้ดูแลเส้นผมทำให้ผมเงางาม ลดการหลุดร่วง วิธีทำน้ำมันชะคราม เตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย ใบชะคราม 2 กิโลกรัม เนื้อมะพร้าวขูด 5 กิโลกรัม และ น้ำเปล่า 5 ลิตร…