มหันตภัยร้ายในเด็ก ! ไวรัส RSV อันตรายคุกคามถึงชีวิต เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

มหันตภัยร้ายในเด็ก

มหันตภัยร้ายในเด็ก ! จากข่าวที่มีมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส RSV ที่คุกคามชีวิตเด็กให้ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษากันแบบยาวๆ

มหันตภัยร้ายในเด็ก ! เมื่อรู้ชัดว่าอันตรายก็ควรรู้ให้ลึกว่าไวรัส RSV คืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไรเป็นสำคัญ มีวิธีป้องกันอย่างไร และเมื่อเป็นแล้วควรจัดการด้วยวิธีไหน วันนี้ SANOOK! จึงขอนำทีมพูดคุยกับศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลธนบุรีเพื่อเจาะลึกเรื่อง RSV แบบเน้นๆ

ไวรัส RSV คืออะไร

ไวรัส RSV ย่อมาจาก Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเมื่อได้รับจะส่งผลให้ร่างกายผลิตสารคัดหลั่งจำนวนมาก เช่นเสมหะ หรือน้ำมูก ระบาดหนักในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ โดยไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือเมื่อไปสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือกับผู้ป่วย

ใครที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส RSV

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส RSV พบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่จะพบบ่อยที่สุดในเด็กและทารก ซึ่งเป็นวัยที่เมื่อได้รับเชื้อ RSV จะเกิดอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย เช่น ปอดบวมหรือหลอดลมฝอยอักเสบ

มหันตภัยร้ายในเด็ก

อาการเมื่อได้รับเชื้อไวรัส RSV

อาการจะปรากฏชัดหลังสัมผัสถูกเชื้อไวรัสในระยะเวลา 4-6 วัน โดยในเด็กเล็กจะพบอาการที่รุนแรงกว่าผู้ใหญ่ ดังนี้
– เบื่ออาหาร
– หายใจเร็วกว่าปกติ
– หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก
– จาม ไอ มีไข้ น้ำมูกไหล
– หงุดหงิดง่าย หรือเซื่องซึม
ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้ หากพบเด็กมีไข้สูงควรปรึกษาแพทย์ทันที

ขั้นตอนการรักษา

ความอันตรายของโรคนี้คือยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกัน ส่วนใหญ่จึงเป็นการรักษาตามอาหาร (Supportive care) ในกรณีที่มีอาการรุนแรงแนะนำให้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามอาการ

การป้องกัน

ด้วยความที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะ การป้องกันโรคจึงทำได้ด้วยวิธีต่างๆ เหล่านี้
– ล้างมือให้สะอาด ทั้งก่อนมื้ออาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
– หลีกเลี่ยงให้เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและทารกในช่วงอายุ 1-2 เดือนแรกสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อ เช่น ผู้ที่เป็นไข้หรือเป็นหวัด
– ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ โดยเฉพาะทิชชูที่ใช้แล้ว ควรทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด
– ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น ควรใช้แก้วน้ำของตัวเอง และหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำที่ผู้ป่วยใช้แล้ว
– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทารกที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส RSV และพบอาการที่รุนแรงได้มากกว่า
– ทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังพบว่าเด็กที่ป่วยมาเล่นของเล่นนั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *